Wirada Blog

Witty tagline

ละกิเลส ทำอย่างไร

April 23rd, 2018

ถาม
การที่จะพ้นทุกข์ ใครก็รู้ว่าต้องละกิเลส แต่จะละยังไงล่ะ ดูเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน ไกลตัวเหลือเกิน ต้องใช้ทั้งปัญญาและบารมีสั่งสมกี่อสงไขยก็ไม่รู้
ช่างโชคดีเหลือเกินที่เราเกิดมาในพระพุทธศาสนา ท่านสอนง่ายๆ ละกิเลส ทำได้ แค่ให้ทาน รักษาศีล และภาวนา รู้จักทุกข์ รู้จักนิพพาน เจริญมรรค วนรอบจนพ้นทุกข์ แต่นั้นแหละ … แต่ว่า . ช่วย อธิบายให้เข้าใจง่ายๆสักนิดเถิดนะ ขอรับ

ตอบ
ก็พอจะอธิบายได้อยู่นะ กล่าวคือ คนเราน่ะ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจมอยู่ในกองทุกข์
ท่านเปรียบเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ แต่ไม่เห็นน้ำ ไม่รู้ตัวว่าอยู่ในน้ำ คนเราเองก็เหมือนกัน อยู่ในกองทุกข์ แต่ไม่รู้ตัวหรอกว่าตนอยู่ในกองทุกข์
ดังนั้น จะละกิเลสได้ ก้าวแรกของเราก็คือ ต้องรู้ ว่า เราอยู่ในกองทุกข์ นั่นล่ะ ทุกขอริยสัจ และหน้าที่ของเราก็คือ รู้ เรียนรู้ ทำความรู้จัก เข้าใจ เห็นแจ้ง
นั่นคือ รู้ทุกข์

ถาม
ทุกข์คืออะไรหรือ ขอรับ

ตอบ
พระท่านว่า
ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความเจ็บเป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่ชอบใจเป็นทุกข์ ความประสบกับสิ่งไม่ชอบใจเป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นเป็นทุกข์ ฯลฯ
สังขิตเตนะปัญจุปาทานักขันทาทุกขา ว่าโดยย่อ อุปปาทานขันธ์ทั้งห้า เป็นตัวทุกข์
เสยถีทัง ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือ
รูปูปาทานักขันโธ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือรูป
เวทนูปาทานักขันโธ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือเวทนา
สัญญูปาทานักขันโธ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือสัญญา
สังขารูปาทานักขันโธ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือสังขาร
วิญญาณูปานานักขันโธ ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือวิญญาณ
เพื่อให้กำหนดรู้อุปปาทานขันธ์เหล่านี้เอง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสอย่างนี้ว่า
รูปังอนิจจัง รูปไม่เที่ยง เวทนาอนิจจา เวทนาไม่เที่ยง สัญญาอนิจจา สัญญาไม่เที่ยง สังขาราอนิจจา สังขารไม่เที่ยง วิญญานังอนิจจัง วิญญาณไม่เที่ยง
รูปังอนัตตา รูปไม่ใช่ตัวตน เวทนาอนัตตา เวทนาไม่ใช่ตัวตน สัญญาอนัตตา สัญญาไม่ใช่ตัวตน สังขาราอนัตตา สังขารไม่ใช่ตัวตน วิญญานังอนัตตา วิญญาณไม่ใช่ตัวตน

สัพเพสังขารา อนิจจา สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง
สัพเพธัมมา อนัตตา ติ ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่ตัวตน ดังนี้

เข้าใจแล้วใช่ไหม

ถาม
หากว่าตามปริญัติ เรื่องทุกข์ ก็เป็นไปตามนั้น แต่หากกล่าวถึงการ ปฎิบัติล่ะ จะให้ทำอย่างไร จึงจะรู้ทุกข์ ขอรับ

ตอบ
จะรู้ทุกข์โดยการปฎิบัติน่ะหรือ พระท่านสอนให้ทำสมาธิไงล่ะ หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ หายใจเข้า หายใจออก เป็นอย่างไร สังเกตสิ ทำไปเรื่อยๆ ทำเป็นประจำ สักวันเราคงเห็นตามจริงจนได้ ว่ามันหายใจเข้าแล้วก็ต้องหายใจออกมันไม่เที่ยง มันเป็นอนิจจัง หายใจเข้าแล้วก็หายใจออกเป็นไปตามธรรมชาติ มันเป็นของมันเอง มันเป็นอนัตตา พอเราบังคับมันก็อึดอัด บังคับไม่ได้ มันเป็นทุกข์ ลมหายใจ เป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่เกิด ให้เราฝึกปล่อยวาง ตั้งตนเป็นผู้ดู อย่างอื่นไม่ต้องสนใจ งานอื่นไม่เอา ขอห้านาทีสิบนาทีนี้ ดูลมหายใจเพียงอย่างเดียว ทำแบบนี้บ่อยๆ เรื่อยๆ สักวันคงเห็นจริง รู้จักทุกข์กับเขาได้

ถาม
แค่หายใจเข้า หายใจออกนี่ก็เรียกว่าทุกข์แล้วหรือ ขอรับ

ตอบ
#อีโมไอค่อน เฟสปาล์ม

อ้าวเฮ้ยย !! เซิพเวอร์เจ๊ง

March 23rd, 2018

เปล่าครับ ไม่ใช่เซิพเวอร์ผมหรอก แต่เป็นเซิพเวอร์เกมส์ที่ผมเล่นน่ะ เจ๊งแบบปิดกิจการไปเลยทีเดียว เจ๊งถาวร

ก็เป็นมรณานุสติอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ คนเรา สะสมอะไรมากมาย ทั้งเลเวล ทั้งชื่อเสียง เงินทอง เซิพเวอร์เจ๊งขึ้นมา ก็หายหมด มันเหมือนความฝัน เหมือนพยัพแดด เหมือนเงา เหมือนอะไรที่มันเห็นแต่จับต้องไม่ได้ แป๊บๆก็หายไป ไม่ใช่สาระ ไม่ใช่แก่นสาร

ถามจริง บรรลุแล้วเหรอ โฮ่ โฮ่ เปล่าเลย
เซิพนี้เจ๊ง ก็ไปเซิพใหม่สิ สร้างตัวใหม่ เล่นใหม่ …

นี่ล่ะน้อ คนเรา ยังไม่หมดกิเลส ตายจากภพนี้ ก็ไปเกิดภพใหม่ ร่ำไป

มี กับ ไม่มี ที่แท้ คือ สิ่งเดียวกัน คือ ไม่มี

November 7th, 2017

โลกธรรมมันเป็นคู่ๆคือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ แท้จริง ก็เหมือน ความร้อนกับความหนาว ที่จริงคือสิ่งเดียวกัน คือ อุณหภูมิมากน้อย รวยจน ก็แค่มีเงินมากน้อย ยศศักดิ์ก็อุปโลกขึ้นมาตามอำนาจหน้าที่ หมดเวลา หมดหน้าที่ ก็หมดประโยขน์ สรรเสริญนินทา ก็แค่ความนิยมเป็นบวกเป็นลบ ก็เรื่องเดียวกันทั้งนั้น และสุขทุกข์ล่ะ พระท่านก็ว่าเป็นเรื่องเดียวกันอีกเหมือนกัน ทุกข์มาก กับ ทุกข์น้อย

มีลาภ เสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ หรือความนิยมจะเป็นบวกเป็นลบ ก็เรื่องเดียวกัน พื้นฐานจริงๆก็คือ ไม่มี คือ เริ่มจากศูนย์ เราเกิดมา มีอะไรมั่งล่ะ ไม่มีสักอย่าง ยกเว้น ทุกข์ มีมาแต่ต้น สุขเป็นสมมติ ทุกข์เป็นของจริง ทุกขอริยสัจจัง สังขิตเตนะปัญจุปาทานักขันธาทุกขา ว่าโดยย่อ อุปปาทานขันธ์ทั้งห้าเป็นตัวทุกข์ ทุกข์เป็นของจริง คืออุปปาทานขันธ์ ยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของตน นั่นคือทุกข์

ถ้ามองว่าทุกข์มากทุกข์น้อยล่ะ ทุกข์มากๆ ก็คือยึดมากๆ ทุกข์น้อยๆ ก็คือ ยึดน้อยๆ ไม่ยึดก็ไม่ทุกข์ แท้จริง มีทุกข์ กับไม่มีทุกข์ ก็คือสิ่งเดียวกัน คือ ไม่มี ไม่มีอะไร คือไม่มีอุปปาทาน

ร้อนเย็น เป็นสิ่งเดียวกัน ต่างกันแค่ปริมาณของพลังงานความร้อน
รวยจน เป็นสิ่งเดียวกัน ต่างกันแค่ปริมาณเงิน
ทุกข์สุข ก็เป็นสิ่งเดียวกัน ต่างกันแค่ปริมาณของอุปปาทานความยึดมั่นถือมั่น ยิ่งมีมากก็ทุกข์มาก มีน้อยก็ทุกข์น้อย

จะลดอุปปาทานล่ะ ทำอย่างไร ? ตัณหาเป็นบ่อเกิดของอุปปาทาน อยากลดอุปปาทาน ก็ต้องลดตัณหา … ไม่มีตัณหา ก็ไม่มีอุปปาทาน ไม่มีอุปปาทาน ก็ไม่มีทุกข์

วางได้ก็เป็นสุข

January 23rd, 2012

เราได้ยินคำนี้มานาน แต่ก็ไม่เคยเข้าใจมันจริงๆ ก็มันเข้าใจยาก ที่ให้ปล่อยให้วางน่ะ จะให้วางอะไรล่ะ
พระท่านให้วางภาระ ภาระคือขันธ์ของเรานี่เอง คือกายคือใจของเรานี่เอง วางอย่างไร วางก็คือวาง ไม่หยิบ ไม่จับ ไม่ถือ ไม่ยุ่งไม่วุ่นวายกับมัน แค่นั้นล่ะ วางได้ ก็เป็นสุข จบ

ง่ายๆน้อ

พูดน่ะเหมือนง่าย แต่ทำจริงๆไม่ง่ายเลยล่ะ

ที่ว่าวางน่ะ ใจต้องวางของเขา เขาจะวางได้เขาก็ต้องมีปัญญากล้าพอ พอที่จะรู้ว่า  จะถือไว้ทำไมวางดีกว่า   ถ้ารู้แค่ ควรวางนะ ต้องวางนะ อะไรแบบนี้ เขาไม่วางหรอก  เหมือนอะไร เหมือนคนสูบบุหรี่ จะให้เลิกบุหรี่ ถ้าปัญญาเขารู้ขึ้นมาว่ามันไม่มีประโยชน์ มีแต่โทษภัย  เขาก็เลิกมันได้ด้วยตัวของเขาเอง ด้วยใจที่เข้มแข็งของเขาเอง

กายนี้ใจนี้ เป็นก้อนทุกข์ มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามเหตุปัจจัย และมันก็ไม่ใช่ของเรา เป็นของโลก  วันหนึ่งก็ต้องคืนให้โลกนี้ไป   ไม่รู้จะยึดถือเอาเป็นตนเองอยู่ทำไม วางลงไปซะ

วางได้ ก็เป็นสุข

บทที่ 2 ความสุข ไม่เที่ยง ความสุข คือ ความทุกข์ ความสุข ไม่มีจริง

November 18th, 2010

เจอบทนี้เข้าไปนี่ เอ๋อไปเลยมั้ง

เหตุก็เพราะว่าเป็นไตรลักษณ์ ความสุขเป็นแค่สภาวะหนึ่งที่จิตไปรับรู้เข้า มีการปรุงแต่ง ก็ต้องไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวใช่ตนที่จะยึดมั่นถือมั่นเป็นจริงเป็นจังเป็นตัวเราของเรา อะไรทำนองนี้ จริงๆก็ไม่แปลกอะไรเพราะ สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เป็นหลักพื้นฐานที่ชาวพุทธทุกคนก็รู้ๆกันอยู่แล้ว แต่เพียงเพราะว่าบทที่แล้วเราเน้นไปที่ ความสุข ก็คือ ความสุขมันเป็นตัวเอก เหมือนเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิต ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ คือมันใช่ในขั้นพื้นฐานเพื่อพาเราเดินมาสู่ทางธรรม แต่เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เราต้องตระหนักถึงความจริงตรงนี้ให้ได้ ทำไม ก็เพราะ มันเป็นความจริง

ท่านผู้รู้ เคยเที่ยบความทุกข์ กับความร้อน ซึ่งก็เข้าใจง่าย ก็คือ เราเคยรู้ไหมว่าเวลาอากาศร้อนอบอ้าว ไม่สบายกายไม่สบายใจ ความร้อนน่ะ มันคือพลังงานอย่างหนึ่ง มีปริมาณมากเราก็ร้อนมาก ถ้าพลังงานนี้มีปริมาณน้อยลงด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง เราก็จะร้อนน้อยลง รู้สึกร้อนน้อยลง รู้สึกสบายกายสยายใจขึ้น เราอาจเรียกมันว่า ความเย็น มันอาจเย็นสบาย แต่ความเป็นจริงแล้ว ความเย็นไม่มีจริง พลังงานความเย็นไม่มีจริง เมื่อเทียบเคียงก็คือ เมื่อทุกข์ลดลง เราก็อาจเรียกมันว่าสุข ซึ่งจริงๆมันก็คือทุกข์นั่นแหละ ศาสนาเราจึงสอนเรื่องทุกข์ เรียนรู้เรื่องทุกข์ อริยสัจก็เริ่มด้วยทุกข์ ทุกข์คืออะไร พระท่านว่า ความเกิดก็คือทุกข์ ความแก่ก็คือทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักก็คือทุกข์ ความพิไรรำพัน ความไม่สมปรารถนา ความตายก็คือทุกข์ เราอาจคิดว่า ทุกข์ก็คือ ทุกข์เวทนา ซึ่งก็อาจใช่ในระดับหนึ่ง แต่พระท่านพูดถึง กองทุกข์ต่างหาก เคยเห็นกองไฟไหมครับ กองทุกข์ก็เปรียบเหมือนกองไฟน่ะ มันเป็นก้อนของทุกข์ กองทุกข์คือ กายนี้ใจนี้นี่ล่ะ กองไฟ จับตรงไหนก็คือไฟ จับตรงไหนก็ร้อน กองทุกข์ก็เหมือนกัน จับตรงไหนก็คือทุกข์ จับตรงไหนก็รู้สึกทุกข์ ความรู้สึกทุกข์นั่นคือทุกข์เวทนา แต่กองทุกข์ คือกาย และใจเรานี่เอง

เมื่อกายนี้ใจนี้เป็นกองทุกข์ จะเอาสุขมาจากไหน เอาสุขมันไม่มีจริง มันมีแค่ทุกข์มากกับทุกข์น้อย พอทุกข์น้อยลงก็รู้สึกสบายขึ้น ก็คิดว่านั่นล่ะคือสุข แต่มันก็ไม่เที่ยง ก็มันกองทุกข์ เดี๋ยวมันก็ต้องทุกข์มาก เดี๋ยวมันก็ทุกข์น้อย ตามเหตุตามปัจจัย มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันไม่ใช่ของจริง อะไรคือของจริง ทุกข์คือของจริง กายนี้ใจนี้เป็นกองทุกข์ นี่คือของจริง ทุกข์มากทุกข์น้อยเป็นไปตามอำนาจของกิเลสตัณหาอุปาทาน อันนี้คึอของจริงที่เราต้องศึกษาเรียนรู้ไปจนละวางได้ ละวางกองทุกข์นี้ซะได้

โง่จริงน้อ รู้ว่าสุขไม่มีจริง มีแต่กองทุกข์ ยังจะยึดไว้หอบไว้ถือไว้ .. เอาไว้ทำไมก็ไม่รู้

(หมายเหตุ . แม้กายนี้ใจนี้เป็นทุกข์ หน้าที่ของเราต่อกายต่อใจนี้ คือต้องเรียนรู้มันไป ต้องดูแลมันไป เป็นภาระก็จริง แต่ก็เพราะกายนี้ใจนี้ไม่ใช่หรือเราจึงได้ปฎิบัติธรรม กตัญญูกตเวทีต่อมัน ให้เหมือนเราดูแลญาติคนนึง เหมือนเราดูแลครูบาอาจารย์คนนึง ตราบจนตายจากไป ก็จบกัน)

« Previous Entries  

 

Bad Behavior has blocked 56 access attempts in the last 7 days.

Business Broker