Wirada Blog

Witty tagline

มาเที่ยววินดัสท์กันเถอะ

August 31st, 2006

วินดัสท์ นอกจากจะประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และมีชื่อเสียงทางเวทมนต์  ประเทศเล็กๆประเทศนี้ยัง บรรยากาศสงบ ร่มรื่น ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส สถาปัตยกรรมมีเอกลักษณ์  น่าไปเยือนเป็นอย่างยิ่ง

 

การเดินทางมาวินดัสท์ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด มีเครื่องบินจากจูโน มาลงที่วินดัสท์ วันละ4เที่ยวบิน หรือใช้บริการเทเลพอร์ทที่ค่ายทหารในพื้นที่ต่างๆที่ท่านสะดวกโดยจ่ายค่าบริการพิเศษ  และหากท่านรักการผจญภัย จะเดินทางโดยนกโจโกโบะจากจูโน ผ่านโบราณสถานซารูแชมเปญ เทือกเขามาริมาฟัด สถานีเทเลพอร์ทแห่งแคนยอน ทุ่งหญ้าซารุตะ ท่านก็จะมาถึงเมืองวินดัสท์อันแสนเงียบสงบแห่งนี้

ในวินดัสท์ ทุกท่านก็จะเห็นลำน้ำใส ต้นไม้เรียงราย สะอาด เย็น ร่มรื่น ..  สถานที่สำคัญของวินดัสท์ที่ท่านไม่ควรพลาดที่จะเยี่ยมชม แห่งแรกก็คือ หอคอยฮีเว่นทาวเวอร์ ท่านจะตื่นตลึงกับต้นไม้ขนาดใหญ่มหึมา ที่ถูกเจาะถูกนำมาใช้เป็นหอคอยสำนักงานผู้บริหารและที่พำนักของ ท่านสตาร์ซิบบริล ผู้นำประเทศวินดัสท์ ออราเคิลคนเดียวของโลกใบนี้ และไม่ไกลจากหอคอยนี้ ยังมีที่พักของท่านหญิงชานโตโตแม่มดที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

หากท่านเป็นผู้ชื่นชอบการศึกษาหาความรู้ ขอแนะนำให้เยิ่ยมชมสถานีวิจัยเวทมนต์ โรงเรียนเวทย์มนต์ หอสมุดแห่งชาติ หอดูดาว และสถานีวิจัยหุ่นยนต์ ซึ่งท่านจะเห็นขั้นตอนการผลิตและซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ของวินดัสต์ที่ท่านจะต้องทึ่งในความสามารถและมหัศจรรย์

วินดัสท์มีสวนอนุรักษ์ในเขตมิทราอันร่มรื่น ท่านอาจเข้าเยี่ยมและถ่ายรูปกับท่านวาชาอีหัวหน้าเผ่ามิทรา หาซื้อยาแผนโบราณและของที่ระลึกได้ในบริเวณนี้อีกด้วย สำหรับคุณผู้หญิง อาจสนใจศูนย์ศิลปาชีพแห่งวินดัสท์ ที่นี่คุณจะได้ชม การกรอด้าย ทำผ้าไหม ทำผ้าป่าน ถักทอตัดเย็บ และ การแกะสลักโดยช่างฝีมือชั้นครู นอกเหนือไปกว่านั้น คุณยังสามารถทดลองเรียนและสร้างชิ้นงานเบื้องต้น ด้วยตัวคุณเอง

คุณๆที่ชื่นชอบการตกปลา ชอบช๊อบปิ้ง ก็ต้องชอบวินดัสท์พอร์ท ท่าเรือแห่งนี้มีร้านค้ามากมาย ทั้งเสื้อผ้า  ตำราเวทมนต์ ของที่ระลึกต่างๆ รวมทั้งร้านขายอุปกรณ์ตกปลาที่ท่านจะสามารถซื้อหาและสนุกสนานกับกีฬาตกปลาที่ท่านชื่นชอบได้ในราคาประหยัด

เที่ยววินดัสท์สุขใจคุ้มค่าทุกนาที

นิทานเรื่อง ยินดีต้อนรับสู่เมืองของแมว ตอนจบ

August 29th, 2006

เมื่อทั้งสองเดินทางถึงวิหาร ก็ต้องตกใจ มีกองทหารแมวอยู่ในวิหาร และนอกจากนั้น กองทหารของพระราชาแมว ก็ติดตามมาจากด้านหลัง    พวกเธอหนีไม่รอดแล้ว

กองทหารในวิหาร ไม่อนุญาตให้เธอทั้งสองเข้าไปในวิหาร และสักครู่ กองทหารและพระราชาแมวเดินทางมาถึง ทหารของพระราชา ตรงเข้าจับกุมแมวสีขาวตัวนั้นในข้อหาลักพาตัว เด็กคนนั้นก็ขัดขวางทหารจึงต้องถูกควบคุมตัวไว้อีกคน  คงเพราะเสียงอึกทึกครึกโครมทันใดนั้นเจ้าชายแมวในชุดทหารดูสง่างาม ปรากฎตัวออกมาจากวิหาร เมื่อเห็นพระราชา  เจ้าชายแมวก็ตรงเข้าถวายบังคม 

พระราชาบอกกับเจ้าชายเกี่ยวกับการจะจัดงานแต่งงาน ระหว่างเจ้าชายกับเด็กคนนี้ เจ้าชายตกใจ และก็บอกกับพระราชาว่า เรื่องการแต่งงานของตนขอตัดสินใจด้วยตนเอง   เจ้าชายบอกอีกว่า เค้าซาบซึ้งใจในความช่วยเหลืออย่างกล้าหาญของเด็กคนนี้ แต่เรื่องของการแต่งงาน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และตนก็มีคนที่ตนหมายปองอยู่แล้ว

พระราชาไม่เห็นด้วย ยืนยันเรื่องของความเหมาะสม และสิ่งที่ดีอื่นๆที่เด็กคนนี้มีและประทับใจพระราชาแมว เด็กไม่อดทนอีกแล้ว ยืนขึ้น ตะโกนเสียงดัง ” หัดฟังคนอื่นเค้าซะมั่ง ”

ไม่มีใครเคยพูดกับพระราชาแมวแบบนี้  พระราชาแมวก็ตกใจ ทหารก็ตกใจ เจ้าชายก็ตกใจ แมวตัวอื่นๆก็ตกใจกันไปหมด  เด็กก็พูดต่อไปอีกว่า ” ฉันตั้งใจมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อต้องการมาร่วมงานเลี้ยง ไม่ได้ต้องการจะมาแต่งงาน ฉันแค่จะมาบอกว่า ฉันไม่ชอบหนู ไม่ชอบของขวัญที่พระราชาส่งไปให้ และก็ไม่ต้องส่งอะไรมาให้ฉันอีก  ตอนนี้ฉันอยากกลับบ้าน อีกอย่าง งานแต่งงานของเจ้าชาย ฉันเห็นด้วยที่เจ้าชายมีสิทธิเต็มที่ ที่จะเลือกเจ้าสาวของตัวเอง  ”

พระราชา ตะลึง และจริงๆก็คงอายนิดๆเหมือนกัน แต่เพราะความเป็นพระราชา ย่อมมีความอดทนและข่มจิตใจไว้ได้  พระราชาปรบมือ และยกย่องเด็กคนนี้ว่ากล้าหาญ จากนั้น พระราชาจึงทรงตรัสถามเจ้าชาย ว่าเจ้าสาวที่เจ้าชายเลือกนั้นเป็นใคร  และพร้อมจะจัดงานแต่งงานให้อย่างสมเกียรติ   เจ้าชายทรงยืนขึ้น และก็บอกพระราชาและทุกๆคนว่า เจ้าสาวที่ทรงเลือก ก็คือ แมวสีขาวน่ารัก ที่ช่วยเด็กคนนี้หนีมานั่นเอง  เจ้าชายแมวหยิบเอาขนมรูปปลาห่อใหญ่เอามาให้แมวตัวนั้น และก็บอกว่า เธอชอบขนมรูปปลาที่สุด ฉันหามาให้เธอได้แล้วนะ  เด็กดีใจมาก  กอดแมวเพื่อนของตน ฉันดีใจกับเธอจริงๆ  

จากนั้นไม่นาน ทหารทั้งหมด ตั้งแถวเกียรติยศ ส่งเด็กกลับไปยังเมืองมนุษย์  พระราชา เจ้าชาย และเจ้าหญิงแมว กล่าวคำอำลา  

เด็กเดินผ่านประตูในวิหาร และก็พบว่า ตอนนี้กำลังยืนอยู่หน้าบ้านของตนนั่นเอง  ร่างกายก็ไม่ใช่แมวอีกแล้ว เป็นคนเหมือนเดิม และก็แต่งชุดเดิมที่ใส่ไปเมืองแมว

เช้าตรู่วันต่อมา  คุณแม่ของเด็กก็ต้องตกใจ ที่เด็กคนนี้ ตื่นแต่เช้า แต่งตัวเรียบร้อย ทำกับข้าว และชงน้ำชาให้คุณแม่   มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คุณแม่ได้แต่เอ่ยในใจ แต่จริงๆคุณแม่ก็คงดีใจ ที่เด็กทำสิ่งที่ดี  และคงหวังไว้ว่า เด็กคงจะทำดีแบบนี้ตลอดไป

นิทานเรื่อง ยินดีต้อนรับสู่เมืองของแมว ตอนที่4

August 28th, 2006

” เธอยังกลับคืนเป็นมนุษย์ได้นะ ” แมวน่ารักตัวหนึ่งกล่าวขึ้นมาและเล่าต่อไปว่า ที่นี่มีคำสาป ถ้ามนุษย์เข้ามาก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นแมว เมื่อครบ 24ชั่วโมงก็จะเป็นแมวโดยสมบูรณ์ไม่สามารถกลับเป็นมนุษย์ได้อีก 

เด็กตัดสินใจหนี ต้องรีบหนีแล้ว  แมวตัวนั้นเอาผ้าห่มมาคลุมศีรษะเด็กคนนั้น และนำทางหนีออกจากปราสาทจนสำเร็จ ในขณะนั้น พระราชาตรัสเรียกให้มหาดเล็กไปเชิญเด็กมาร่วมงานเลี้ยง ก็พบว่า เด็กหายไปแล้ว พระราชาเข้าใจว่า เด็กคงถูกลักพาตัว จึงสั่งคนออกติดตาม 

แมวพาเด็กไปที่บ้านของตน เพื่อเตรียมเสบียงไว้ทานระหว่างทาง  และเมื่อถึงบ้านแมว เด็กก็ต้องประทับใจ  บ้านน่ารักสะอาดเรียบร้อย แมวชงน้ำชาและทอดปลาใส่ตะกร้า จากนั้นก็ชวนเด็กออกเดินทางต่อไป

ที่กลางป่า แมวชวนเด็กพักรับประทานอาหาร และเล่าให้เด็กฟังว่า  ตอนแมวเด็กๆ เธออยู่ในเมืองของมนุษย์ เป็นแมวกำพร้า ร่างกายอ่อนแอ ขณะที่เธอกำลังหิวไม่ได้ทานอาหารมา2วัน ตอนนั้นก็มีเด็กตัวเล็กๆคนนึง แบ่งขนมรูปปลาให้เธอทาน เป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุด พอได้ยินถึงตอนนี้ เด็กคนนี้ก็จำได้ ตอนเด็กๆ เธอแบ่งอาหารให้ลูกแมวสีขาวตัวนึง ก็คือ แมวตัวนี้นี่เอง เด็กดีใจมาก กอดแมวและร้องว่า ฉันจำเธอได้แล้ว ฉันจำเธอได้ เธอโตขึ้นและสวยมาก ฉันดีใจมาก  แมวก็ตอบเด็กว่าฉันก็ดีใจที่เธอจำฉันได้ และดีใจที่ได้ช่วยเธอ 

ทั้งสองทานน้ำชา เก็บของลงตะกร้า และออกเดินทางต่อไป ตอนนี้พวกเธอเห็นวิหารลางๆแล้ว วิหารที่จะสามารถส่งเด็กคนนี้กลับไปสู่เมืองมนุษย์

นิทานเรื่อง ยินดีต้อนรับสู่เมืองของแมว ตอนที่3

August 24th, 2006

เมื่อถึงเมืองของแมว ทุกๆอย่างดูเงียบ สงบ แสงแดดอ่อนๆ ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ สายลมพัดเอื่อยๆ อบอุ่น สบาย   ผู้คนในเมืองแมว ทำท่าตกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นเด็กคนนี้  แม้ว่าตอนนี้เด็กตัวเล็กเท่าๆกับแมว แต่ก็หน้าตาไม่ใช่แมว สักครู่ขบวนเกียรติยศจากในวังก็มาถึง เจ้าหน้าที่แมวก็เชิญเด็กขึ้นไปบนแคร่หาม และเดินทางเข้าวัง

พระราชาแมวเสด็จออกมาต้อนรับเด็กคนนี้ถึงหน้าประตูวัง ท่าทางดีใจมาก และสั่งการให้คนในวังพาเด็กไปปะแป้งแต่งตัว และจะเริ่มงานเลี้ยงฉลอง  อิอิ ยินดีต้อนรับสู่เมืองของแมว  .. จบ

ยังไม่จบจ้า ยังไม่จบ

เด็กก็ได้รับการบริการอย่างดี แต่งหน้าซะสวยเช้ง เสื้อผ้าที่สวยงามหรูหรา  เด็กมองกระจกไปมาก็รู้สึกพอใจ สักครู่พระราชาก็เสด็จเข้ามาทักทาย  เด็กแสดงความขอบคุณ และบอกพระราชาเกี่ยวกับหนูของขวัญที่ส่งไปให้  เธอขอบคุณ แต่เธอไม่ต้องการของขวัญใดๆเลย พระราชากลับเข้าใจว่าเธอเกรงใจ และพูดถึงเรื่องจะจัดงานแต่งงานระหว่างเธอกับเจ้าชายแมว เธอตกใจมาก เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน มันเป็นไปไม่ได้ 

เธอรีบบอกพระราชาทันทีว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นไปไม่ได้ เธอไม่เคยรู้จักกับเจ้าชายแมวมาก่อน และที่สำคัญที่สุด เธอเป็นมนุษย์ และเจ้าชายเป็นแมว   พระราชาแมวกลับหัวเราะ และบอกเธอว่าตอนที่พระราชาแต่งงานก็ไม่เคยรู้จักกับพระราชินีแมวมาก่อน   สำหรับอีกเรื่องน่ะ ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะตอนนี้ เธอเป็นแมวแล้วล่ะ  และพระราชาแมวก็ขอตัวไปต้อนรับราชอาคันตุกะที่มาร่วมงานเลี้ยง

ในขณะที่เด็กยัง งง ๆ  มองกระจก ก็เห็นหน้าตัวเอง ไม่เห็นจะเป็นแมวตรงไหน แต่ เอ๋ .. ทำไมหูฉํนเป็นอย่างนี้ล่ะ ทำไมมือฉันเป็นอย่างนี้แล้วล่ะ  ถึงตอนนี้ เด็กตกใจมาก ฉันจะทำยังไงดี ฉันเป็นแมวไปแล้ว

นิทานเรื่อง ยินดีต้อนรับสู่เมืองของแมว ตอนที่2

August 24th, 2006

วันรุ่งขึ้น เมื่อเด็กคนนี้ไปโรงเรียน เธอก็พบว่า มีของขวัญส่งมาให้เธอ พอเธอเปิดกล่อง มันเต็มไปด้วยหนู  หนูตัวเล็กๆขนสีเทาท้องสีขาว ท่าทางคงจะสะอาดน่ากินในสายตาแมว  แต่เธอไม่ใช่แมวนี่ เธอตกใจมาก นักเรียนคนอื่นๆ ก็ตกใจ ครูผู้หญิงก็ตกใจ หนูวิ่งกันเต็มโรงเรียนไปหมด

เธอพอจะเดาได้ว่า พระราชาแมว คงตั้งใจส่งของขวัญมาให้เธอ เธอจำเป็นต้องไปเมืองแมวแล้วล่ะ อย่างน้อย ก็เพื่อบอกเล่าให้พระราชาแมวเข้าใจ และไม่ส่งหนูมาให้เธอแบบนี้อีก เธอไม่ต้องการของขวัญใดๆจากเมืองแมว

คืนนั้นเอง ก็มีแมวมารับเธอ เพื่อเดินทางไปสู่เมืองแมว

« Previous Entries  

 

Bad Behavior has blocked 39 access attempts in the last 7 days.

Business Broker