Wirada Blog

Witty tagline

นิทานเรื่องอาณาจักรแห่งจินตนาการ The never ending story

November 29th, 2006

เด็กคนหนึ่งชื่อ บาสเตียน เป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับพ่อเพียงสองคน เค้าเพิ่งย้ายบ้านเข้ามาในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง พ่อเค้าต้องมาทำงานที่นี่ บาสเตียนก็ต้องเข้าโรงเรียน ต้องทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในโรงเรียน  และที่โรงเรียนใหม่ของเขายังมีเด็กเกเรที่ชอบรังแกเค้าอีกด้วย  

บาสเตียนชอบอ่านหนังสือ วันหนึ่งเค้าเจอหนังสือประหลาดเล่มหนึ่งโดยบังเอิญ ชื่อหนังสือว่า The Neverending story นี่ล่ะ  หน้าปกเป็นรูปงูสองตัวสีขาวกับสีดำ เนื้อเรื่องในหนังสือกล่าวโดยย่อก็คือ อาณาจักรแห่งจินตนาการ ปกครองโดยจักรพรรดินีคนหนึ่ง ตอนนี้เธอป่วยรักษาไม่หาย ท่านผู้รู้ทั้งหลายในอาณาจักร ต่างก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าจะรักษาชีวิตจักรพรรดินีของตนได้อย่างไร 

จักรพรรดินีรับสั่งให้ตามหาผู้กล้าที่ชื่อ อาเธยู โดยเธอรับสั่งว่า อาเธยูเท่านั้นที่จะช่วยเธอให้พ้นจากความตายได้  แต่เมื่อปราชญ์และขุนนางทุกคนได้พบอาเธยูจริงๆแล้ว กลับรู้สึกผิดหวัง อาเธยูเป็นเพียงเด็กชายชาวอินเดียนอายุ10กว่าขวบ แม้ว่าจะเห็นแววแห่งความกล้าหาญ แต่ก็คือเด็ก จะช่วยท่านจักรพรรดินีและอาณาจักรได้อย่างไร

อาเธยูกับม้าชื่ออาเทค เดินทางไปทั่วดินแดน เพื่อค้นหาวิธีรักษาจักรพรรดินี แต่ผู้รู้ท่านใดก็ไม่สามารถตอบได้ แม้แต่จะตอบว่าพระจักรพรรดินีประชวรด้วยโรคใด ก็ตอบไม่ได้ แต่พวกเค้าก็จะบอกให้ไปถามคนที่เก่งกว่า และรู้มากกว่าพวกเขา ตามลำดับไป  จนกระทั่งมีคนหนึ่งบอกอาเธยูให้ไปถามเต่าที่บึงสิ้นหวัง ชื่อบึงไม่เป็นมงคลเอาซะเลย แต่อาเธยูก็ไม่กลัว ควบม้าอาเทกไปที่บึงแห่งนั้น แต่ทว่า บึงนั้นไม่ใช่บึงธรรมดา เป็นบึงโคลนที่กว้างใหญ่ ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต  อาเทคจมลงไปในโคลนดูด อาเธยูพยายามช่วยเหลือม้าของเขา แต่ก็ไม่สำเร็จ   ถึงตอนนี้บาสเตียนก็ร้องไห้ สงสารม้าอาเทค

อาเธยูต้องเดินทางต่อไปตามลำพัง และพบกับเต่าใหญ่เจ้าของบึงแห่งนี้ เต่าตัวนั้นตัวใหญ่มาก ตัวเท่าบ้านเลยล่ะ เต่าตัวนี้มีอายุยืนยาวกว่าพันปี แม้กระนั้นด้วยความรู้ของเขาก็ไม่สามารถตอบได้ว่าพระจักรพรรดินีประชวรด้วยโรคใด และจะรักษาอย่างไร  อาเธยูทรุดตัวลงอย่างสิ้งหวัง ตอนนี้เค้าไม่มีม้า ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะเดินทางต่อไป

เหมือนกับผู้รู้ท่านอื่นๆ เต่าพันปีบอกกับอาเธยูถึงผู้รู้ที่น่าจะรู้เรื่องนี้เป็นที่สุด ก็คือ สฟิงค์ ที่อาศัยอยู่ที่สุดขอบทางตอนใต้ของอาณาจักรแห่งจินตนาการ  (สฟิงค์ก็คือสิงโตที่มีหน้าตาเหมือนคน เป็นสัตว์ในวรรณคดีขนิดหนึ่งที่เชื่อกันว่า ฉลาดหลักแหลมและมีความรู้ที่สูงยิ่ง)

เต่าพันปี พาอาเธยูมาส่ง ในที่ๆไกลจากบึงโคลนพอควร แต่เต่าแก่แล้ว และเดินช้า คงไม่สามารถเดินทางไปส่งอาเธยูได้ถึงสุดขอบอาณาจักร  อาเธยูขอบคุณเต่า และออกเดินทางตามลำพัง

เห้งเจีย ลิงน้อยผู้พิชิตสวรรค์ ตอนที่2

November 22nd, 2006

กองทัพสวรรค์ที่ลงมาจับเห้งเจีย ก็คงเหมือนตำรวจมาจับผู้ร้าย ประกาศให้ผู้ร้ายมอบตัวแต่โดยดี แต่เห้งเจียก็ไม่ยอม จึงต้องต่อสู้กันและกองทัพสวรรค์กลับพ่ายแพ้ลิงน้อยเพียงตัวเดียว เทวดาเหล่านั้นรายงานต่อเง็กเซียนตามจริง ปีศาจลิงเก่งเกินไป เง็กเซียนจึงให้เทวดาเก่งๆ เช่นนาจา และท้าวจตุโลกบาลทั้ง4 ลงไปจัดการกับปีศาจลิงเห้งเจีย ก็ปรากฎว่า แม้แต่กองทัพระดับสุดยอดนี้ ก็ยังไม่สามารถเอาชนะลิงน้อยเห้งเจียได้ จากชัยชนะอย่างงดงามครั้งนี้ สมุนลิงและปีศาจต่างๆในป่า ก็ขนานนามเห้งเจียว่า ผู้พิชิตสวรรค์

เง็กเซียนตั้งใจจะลงไปปราบเห้งเจียด้วยตนเอง แต่ที่ปรึกษาผู้เฉลียวฉลาดให้คำแนะนำแก่เง็กเซียนว่า ควรนำเห้งเจียมาใช้ประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องลงไปปราบ แต่ควรแต่งตั้งตำแหน่งงาน และรับเข้ามาอยู่บนสวรรค์ซะเลย  เราก็ไม่ต้องเสียแรงรบพุ่งต่อสู้กันแถมยังจะได้คนเก่งๆมาช่วยงานอีกด้วย  เง็กเซียนเห็นดีด้วยจึงออกคำสั่งแต่งตั้งให้เห้งเจียมารับราชการบนสวรรค์

แต่เพราะไม่มีความจริงใจ เง็กเซียนไม่ได้ต้องการเห้งเจียมาช่วยงาน หนำซ้ำยังไม่ชอบเห้งเจียอย่างแรงอีกด้วย ตำแหน่งงานของเห้งเจียอาจโก้หรูราวกับเป็นแม่ทัพสวรรค์ แต่จริงๆแล้วมีหน้าที่เพียงเฝ้าคอกม้า  ไม่นานเห้งเจียก็รู้ความจริง และกลับคืนมาสู่ฝูงลิงของตนในป่าใหญ่

เห้งเจีย ลิงน้อยผู้พิชิตสวรรค์

November 17th, 2006

ท่านเล่าว่า  ในกาลหนึ่งมีลิงน้อยตัวหนึ่งเกิดมาจากก้อนหิน ลิงน้อยตัวนั้นมีพละกำลังมหาศาลและมีปัญญาเฉลียวฉลาด ลิงทั้งหมดในถิ่นนั้นและใกล้เคียง ต่างก็สยบและยกย่องให้เป็นพญาลิง ปกครองลิงทั้งปวง

ลิงน้อยชื่อว่าเห้งเจีย มีความสุขกับฝูงลิงและอาณาเขตป่าเขาอันอุดม แต่ลิงน้อยผู้เฉลียวฉลาด เห็นคุณค่าของการศึกษา จึงไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์เซียนผู้วิเศษ เพื่อศึกษาเวทย์มนต์คาถาวิชาต่างๆ เพื่อใช้ต่อสู้ป้องกันตัวและป้องกันฝูงลิงของตน

เซียนใจดี ท่านสอนวิชาต่างๆให้เห้งเจียจนเก่งกาจ แปลงร่างได้หลายอย่าง ขยายเป็นตัวใหญ่ก็ได้ ย่อลงเป็นตัวเล็กก็ได้ แปลงเป็นเสือ เป็นนก เป็นแมลง ต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เรียนวิชาอาวุธจนเจนจบรอบรู้ทุกชนิด จนท่านอาจารย์เซียนไม่มีอะไรที่จะสอนอีกแล้ว เห้งเจียจึงกราบลาอาจารย์กลับมายังฝูงลิงของตน ความเก่งกาจของเห้งเจียทำให้ปีศาจเก่งๆแถบนั้นเข้ามาประลองฝีมือ และนับถือเป็นพี่เป็นน้องกัน สมุนปีศาจน้อยใหญ่ก็พากันประจบเห้งเจีย เรียกเห้งเจียเป็นอ๋องน้อยผู้ไร้เทียมทาน

วันหนึ่งเห้งเจีย เห็นลิงแก่ในฝูงตายลง ก็คิดถึงความตายขึ้นมา ถึงแม้จะเก่งกาจปานใดก็หนีความตายไม่พ้น เห้งเจียจึงมีความคิดจะเอาชนะความตาย ติดตามบริวารของท่านพญายม ลงไปถึงเมืองนรก และขโมยเอาหนังสือเกิดแก่เจ็บตายเพื่อมาลบชื่อของตนออก ตนจะได้ไม่ต้องตาย คิดแบบลิง ลิงเกเรอีกตะหาก ถ้าคิดแบบพุทธ ก็จะคิดว่า เราไม่กลัวตาย แต่เราจะยังชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพราะความตายเป็นของธรรมดา จะมาถึงเราเมื่อใดก็ไม่สามารถกำหนดได้ เมื่อมาแล้ว เราจะยิ้มรับมัน ด้วยสติมั่น และใจที่ชื่นบานในบุญกุศลที่ได้ทำมาตลอดชีวิต

ปัญหาอีกอย่างของเห้งเจียก็คือ ไม่มีอาวุธที่เหมาะมือ เห้งเจียจึงไปขออาวุธวิเศษที่วังใต้บาดาลของพญามังกร แต่อาวุธใดๆก็ไม่ถูกใจเท่ากับเสาค้ำสมุทรของวิเศษของเมืองบาดาล เห้งเจียยกเสาใหญ่นั้นขึ้นมาแล้วบอกให้เสาย่อให้เล็กลง เสาก็เล็กลงจนเหมาะมือ  เมื่อเห้งเจียได้อาวุธวิเศษแล้วก็ออกมาจากเมืองบาดาล กลับฝูงลิงของตนโดยไม่ฟังคำทักท้วงของพญามังกร

พญามังกรไปฟ้องเง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้ปกครองสวรรค์ เกี่ยวกับความผิดของเห้งเจียที่ขโมยเสาค้ำสมุทร เง็กเซียนจึงสั่งให้เทวดานักรบทั้งหลาย มาจับตัวเห้งเจียมาลงโทษให้จงได้

วางพล๊อต สงครามอาณาจักรเวทย์มนต์ภาค2

November 8th, 2006

จากภาค1 ได้วางปมไว้เยอะมาก คือ น้องพิมยังไม่มีความสามารถใดๆและต้องการเพียงกลับโลกของตน แต่เพราะคำทำนายของซาราดินแท้ๆถ้าไม่มีน้องพิมนำทัพกองทัพก็จะหมดกำลังใจได้ ดังนั้น น้องพิมต้องอยู่เป็นสัญลักษณ์
อีกปมก็คือ ก๊กของเจ้าชายซึ่งแม้เพิ่งเริ่มต้นแต่ก็แข็งแกร่ง เจ้าชายเองก็เป็นอัศวินฝีมือดีและยังถือดาบสายฟ้าซึ่งเป็นดาบวิเศษของพระราชาองค์ก่อนไว้อีกด้วย ประมาทก๊กนี้ไม่ได้เลย เพราะฉนั้น เข้าลักษณะสามก๊ก ถ้าเทียบก็คือ ก๊กราชินีก็คงจะประมาณโจโฉ ก๊กเจ้าชายก็เล่าปี่ ส่วนก๊กน้องพิมก็ซุนกวนที่มีเพียงตราหยก ไม่ได้มีเชื้อเจ้าแต่ประการใด

มองเห็นแบบนี้ก็วางพล๊อตได้ไม่ยาก ก๊กเล็กก็ต้องมาร่วมมือกัน หรือตกลงอะไรกัีนบางอย่าง กองทัพของพิมมีนักเวทย์ ทั้งเวทย์ขาวกับเวทย์ดำค่อนข้างเยอะ ส่วยกองทัพของเจ้าชาย มีอัศวิน พาลาดิน และซามูไร ทัพของราชินีจะหลากหลาย มีแม่มด มีซอมบี้ พัมพคิน มนุษย์หมาป่า ดรากอนมาสเตอร์ เติมเข้ามาอีกเล็กน้อยพอมีสีสัน ต่อไปก็ขอบเขตของภาค2 จะให้จบตรงไหนดี อืม จบตรงกองทัพของพ่อมดราชิดี้ บดขยี้กองทัพของเจ้าชายอย่างคาดไม่ถึง กองทัพน้องพิมเข้าช่วยชีวิตเจ้าชายไว้ได้ ก๊กของเจ้าชายแตก ก๊กของน้องพิมยิ่งใหญ่ขึ้นเพราะเป็นการนรวม2ก๊กเข้าด้วยกัน และภาค3จะเป็นการเผชิญหน้าของน้องพิมและราชินี อืม แค่นั้นเหรอ งั้นเอาแค่2ภาคพอ ไม่ต้องมีภาค3ละกัน

stepของภาค2 ก็จะเป็นว่า ฝ่ายเจ้าชายส่งทูตเจรจาเป็นพันธมิตรกันกับฝ่ายน้องพิม และทุกอย่างก็ราบรื่นด้วยดี ฝ่ายของน้องพิมเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทัพ เฟ้นหาขุนพลคนเก่งในแต่ละเมืองที่ยึดมาได้ ให้ความช่วยเหลือชาวเมืองในการบูรณะซ่อมแซม ฟื้นฟูจิตใจ ทำความเข้าใจเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างชาวเมืองกับกองทัพ อาณาเขตของฝ่ายน้องพิมค่อนข้างจะช่าในการขยายตัว โดยเฉพาะถ้าเทียบกับฝ่ายของเจ้าชายซึ่งบุกตลุยฝ่าเข้าไปได้ลึกจนจะถึงเมืองหลวงอยู่แล้ว กองทัพเรือสู้กับกองทัพนางเงือก พบดรากอนมาสเตอร์ พบนางฟ้าน้อย พบซาราดิน ช่วยชีวิตเจ้าชาย เจ้าชายปิ๊งแอนนี่ ซาราดินประทะราชิดี้ยกที่1 ตีปราสาทชาลีน่าพ่อของแอนนี่ บุกเมืองหลวง ประทะราชิดี้ยกที่2โดยราชิดี้ซัมม่อนสัตว์ประหลาดยักษ์มาช่วยต่อสู้ ชนะราชิดี้ ยึดเมืองหลวง

หลังจากกองทัพของน้องพิม เอาชนะพ่อมดราชิดีและขับไล่ราชินีออกไปจากอาณาจักรได้สำเร็จ พ่อมดราชิดีนี่เองที่ขโมยก้อนหินวิเศษมาจากสวรรค์ นางฟ้าน้อยดีใจมากที่ทำภาระกิจสำเร็จ เจ้าชายไตรสตันก็ขอราโอเน่แต่งงานตามคาด  พ่อมดและผู้วิเศษทั่วอาณาจักร ต่างก็ระดมความรู้ เพื่อหาทางส่งน้องพิมกลับบ้าน ไตรสตันได้ครองอาณาจักรโดยมีราโอเน่เป็นราชินี ท่ามกลางความยินดีของทุกๆคน  

จากความพยายามของพ่อมดและผู้วิเศษทั้งหลาย รวมทั้งนางฟ้าน้อยที่ยอมให้ยืมใช้ก้อนหินวิเศษ น้องพิมก็ได้กลับบ้านในที่สุด เมื่อถึงบ้าน น้องพิมรีบวิ่งเข้าไปหาคุณแม่ กอดท่านและก็บอกกับท่านว่า คิดถึงคุณแม่เป็นที่สุด คุณแม่ยิ้มและก็บอกว่า แค่แม่ไปจ่ายตลาดไม่ถึงสองชั่วโมง  ลูกสาวคนนี้เวอร์จริงๆ  จากนั้นทั้งสอง ก็ช่วยกันทำกับข้าว รับประทานอาหารร่วมกัน อย่างมีความสุข

นิทานเรื่อง สงครามอาณาจักรเวทย์มนต์ จบภาค1

November 7th, 2006

หลังจากนั้นไม่นาน สงครามที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น น้องพิมก็ต้องอยู่แนวหน้าแต่ประจำอยู่ในค่ายหลวง ไม่ได้ออกไปรบจริงแต่ประการใด เพื่อนคนเดียวที่ไปไหนมาไหนด้วยกันคือแอนนี่ สาวใช้ผู้ใกล้ชิด ซึ่งก็มีความลับบางประการที่น้องพิมได้รับรู้ก็คือ แท้จริง พ่อของแอนนี่บังคับให้เธอแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักเธอจึงหนีการแต่งงานมาจากเมืองหลวงมาอยู่ที่เมืองชายแดนแห่งนี้ ต่างคนต่างก็โดดเดี่ยว น้องพิมและแอนนี่จึงเข้ากันได้ดี

กองทัพของน้องพิมได้รับชัยชนะอย่างงดงามเกือบทุกครั้ง เพราะแม่ทัพนายกองมีฝีมือดี ส่วนใหญ่เป็นขุนนางเก่าที่ถูกรังแกเพราะเป็นฝ่ายของเจ้าชายไตรสแตน เมื่อรบชนะทุกคนก็ยินดี แต่น้องพิมกลับไม่สบายใจ  การรบย่อมมีการฆ่าฟัน มีความสูญเสีย น้องพิมไม่ชอบ และในที่สุด น้องพิมตัดสินใจ ประกาศนโยบายสำคัญของกองทัพ คือ เธอไม่อยากให้มีการล้มตายไม่ว่าจะฝ่ายเราหรืออีกฝ่ายก็ตาม ซึ่งสร้างความหนักใจแก่แม่ทัพนายกองเป็นอย่างมาก เพราะในสงคราม ถ้าไม่ฆ่าเขา เขาก็ต้องฆ่าเรา สงครามก็เป็นอย่างนี้

เมื่อเปลี่ยนนโยบาย การรบก็ใช้แผนการมากขึ้น รบยากขึ้น แม้จับเชลยศึกได้เยอะขึ้นแต่น้องพิมก็ไม่สั่งประหารไม่จองจำ เธอปล่อยข้าศึกทั้งหมด จนแม่ทัพนายกองหลายคนทำแกล้งพลั้งมือสังหารข้าศึกเสียเกลี้ยง ในบางวันไม่มีการจับเชลยได้เลยแม้แต่คนเดียว ความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นก็ต้องมีการพูดคุย น้องพิมให้เหตุผลกับทุกๆคน หลังจากได้รับชัยชนะเหนือปราสาทชาโรเม่  เหตุผลก็คือ น้องพิมพบว่า ทหารในกองทัพของราชินี ที่มาสู้กับพวกเรา เป็นญาติพี่น้องของชาวเมืองนี่เอง ไม่ใช่ใครอื่น  .. เราทำสงคราม ก็เพื่อประชาชนเหล่านี้ แต่พวกเรากลับเข่นฆ่าญาติพี่น้องของพวกเขาซะเอง มันถูกต้องแล้วอย่างนั้นหรือ จากนั้นแม่ทัพนายกองก็เข้าใจ การรบ ถึงแม้จะยากลำบากมาขึ้นเพียงใด ตอนนี้กองทัพของน้องพิม จะพยายามรักษาชีวิตของนักรบทั้งสองฝ่ายอย่างเต็มกำลัง

หลังจากกองทัพน้องพิมยึดครองปราสาทซาโรเม่ไม่นาน ชื่อเสียงของกองทัพรวมทั้งข่าวลือที่ว่าน้องพิมเป็นอัศวินในตำนานก็ระบือไปไกล เมืองเล็กๆหลายเมืองสวามิภักดิ์โดยไม่ต้องออกแรงรบ น้องพิมต้องถือดาบและสวมชุดเกราะเพื่อภาพพจน์ของกองทัพ รวมทั้งจัดทำธงขึ้นมาใหม่ เป็นยูนิคอร์นสีขาวบนพื้นธงสีน้ำเงิน

น้องพิมถูกข้าศึกลอบสังหารครั้งหนึ่ง แต่แอนนี่เข้าต่อสู้ป้องกันไว้ได้ ทุกคนจึงได้รู้ความจริงอีกเรื่องว่า แท้จริงแล้ว แอนนี่ชื่อจริงคือ ราโอเน่เป็นพาลาดิน และเป็นลูกสาวของผู้ครองปราสาทชาลีน่า ซึ่งเป็นขุนพลคนสำคัญของราชินี หลายคนจึงมองว่า แอนนี่เป็นสายลับของศัตรู แต่น้องพิมไม่เชื่อเช่นนั้น แอนนี่คือเพื่อนคนสำคัญของเธอและให้แอนนี่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ส่วนตัว ด้วยความมั่นใจ

เมื่อกองทัพของน้องพิมมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นก็เป็นความหวังของผู้คน กองกำลังก๊กอื่นๆจึงเริ่มก่อกบฎต่อราชินีเอนโดร่า รวมทั้งก๊กของเจ้าชายไตรแสตนซึ่งได้ยึดครองแคว้นแอนทาเลียเป็นผลสำเร็จ อำนาจของราชินีเอนโดร่าสั่นคลอนอย่างหนักหนาที่สุด แต่การกำเนิดของกองทัพเจ้าชายไตรแสตน ก็ส่งผลกระทบต่อกองทัพของน้องพิมอย่างรุนแรงเช่นกัน เพราะกองทัพของน้องพิมกลายเป็นเพียงกองกำลังกบฎธรรมดา แม้ยึดอำนาจได้ก็ไม่มีความชอบธรรมในการปกครองประเทศเลยแม้แต่น้อย เว้นแต่ต้องการจะตั้งราชวงศ์ใหม่ขึ้นมาเท่านั้น

« Previous Entries  

 

Bad Behavior has blocked 16 access attempts in the last 7 days.

Business Broker