Wirada Blog

Witty tagline

ปัญหาต่างๆของคน ก็มีแค่ ชอบ กับไม่ชอบ

August 31st, 2007

ไม่อยากพูดเรื่องธรรมมะธรรมโมอะไรเท่าไร เพราะรู้ว่า ความรู้ทางธรรมของเรา ยังต้อยต่ำเหลือเกิน เทียบชั้นธรรมมะก็คงได้แค่ระดับเดียรัจฉานตัวหนึ่ง ที่รู้จักแค่ทำมาหากินไปวันๆ มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง 

พูดแค่เรื่องความเห็นธรรมดาๆทั่วๆไปก็แล้วกัน  ตามที่เห็นมา คนเรานี้ ไม่มีอะไรมากมายหรอก มีแค่ ชอบ กับไม่ชอบ แค่นั้นเอง ติดกันแค่เรื่องแค่นี้  ปัญหาของคนเราก็มีแค่นี้  อะไรที่เราชอบ เราก็อยากได้ อยากมี อยากใกล้ อยากเป็น อะไรที่ไม่ชอบ ก็ไม่อยากได้ ไม่อยากมี ให้เข้ามาใกล้ ไม่อยากเป็น 

แค่ชอบ กับไม่ชอบ

เพลงเพราะๆ เราชอบ อาหารอร่อย เราชอบ เตียงนอนนุ่มสบาย เราชอบ ดอกไม้กลิ่นหอมเราชอบ สุนัขขี้เรื้อน เราไม่ชอบ แมลงป่องตะขาบงูพิษ เราไม่ชอบ คนใจดี เราชอบ คนใจร้าย เราไม่ชอบ อะไรอย่างนี้ เราล้วนแต่ตัดสินเองทั้งสิ้น เราจะชอบอะไรไม่ชอบอะไรเราล้วนแต่เป็นคนตัดสิน

มันคงเป็นธรรมชาติ เป็นสิทธิ เป็นเสรีภาพ ใครชอบอะไร ใครไม่ชอบอะไร ก็เป็นเรื่องของใครคนนั้นนั้น

แต่ถ้าตัดชอบไม่ชอบทิ้งไปได้  ก็คงจะดี   อืม  แต่จะทำอย่างไรล่ะ
ทำอย่างไร จึงจะตัดชอบ ไม่ชอบ ออกไปจากชีวิตเราได้

 เราเลือกซื้อสินค้าแต่ละอย่างเพื่อมาใช้งาน นอกจากเราจะดูหลายๆอย่าง แต่ในที่สุดคำว่าชอบไม่ชอบ ก็เป็นองค์ประกอบหลัก ชอบตรงที่มันทำอะไรได้หลายอย่างแต่ไม่ชอบตรงที่สายมันสั้นไป อะไรทำนองนี้เป็นประจำ  แม้แต่จะซื้อไอติมสักแท่ง ก็ยังเลือก รสช๊อกโกแลต รสส้ม หรือรสชาติที่ตนเองชอบ 

คำว่า ชอบไม่ชอบเราไม่สามารถทิ้งมันไปได้เลยหรือ ?

อืม ไม่แน่

ทุกหลวงพ่อ ท่านตอบตรงกันว่า ให้ดูใจเราเอง   ดูยังไง ดูแล้วเห็นอะไร
ก็เห็นดิ เห็นดินที่พอกใจอยู่ ดินดำๆเปื้อนๆ พอกซะหนาเตอะ ลองนึกดูนะว่า ถ้าเอาจานกระเบื้องไปคลุกโคลน ผลจะเป็นยังไง  ดินโคลนที่พอกๆอยู่น่ะ นั่นแหละ ตัวชอบ และก็ไม่ชอบ

ชอบ ก็ดิน ไม่ชอบ ก็โคลน โปะกันอยู่นั่น บนใจเรา  เมื่อไรมันจะใส   คนเราก็ตลกดี เหมือนหมูมั้ง รู้ว่าดินว่าโคลนมันสกปรก ก็ยังคลุกอยู่นั่น ตัวมอมแมม ไม่สนใจ ถึงเวลากินก็กิน แล้วก็ลงไปนอนคลุกขี้ดินขี้โคลนเหมือนเดิม  มันติดน่ะ ติดสุข ติดกาม ติดโน่นติดนี่ ได้อย่างที่อยาก ก็สุข ไม่ได้ก็ทุกข์ ได้อย่างที่ไม่อยากได้ ก็ผลักใส ไม่ชอบใจ ก็แค่นี้ จะว่าไป หมูหมาวัวควายก็ไม่ต่างกันกับคน  ชอบก็เอา ไม่ชอบก็ไม่เอา เหมือนกันหมด

จริงๆแล้ว คนเรา ควรเป็นอย่างไร ?

 ง่ายนิดเดียว เคยได้ยินคำว่า “ที่ถูกที่ควร” ไหมล่ะ พระท่านสอนมาตั้งแต่จำความได้มั้ง แต่เราไม่เคยสนใจ ก็มันง่ายไปมั้ง ขยายความก็คือ คนเรา ควรคิด ในสิ่งที่ถูกต้อง และควรคิด พูดในสิ่งที่ถูกต้องและควรพูด ทำในสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ  แค่นั้นจริงๆ คนเรา 

 แล้วอะไร คือสิ่งที่เราเรียกว่า ที่ถูก ที่ควร ?

ก็ ศีลธรรมไงล่ะ ถูกตามศีล ตามทำนองคลองธรรม  ว่าที่ศีลก่อน ศีล ก็คือสำรวม ก็คือเจตนา ก็คือไม่เบียดเบียนตนและผู้อื่น ก็คือกฎหมาย คือหน้าที่ คืออะไรก็ได้ที่บังคับใจเราได้ ให้เราหยุดได้  แม้แต่ไม่สูบบุหรี่ในบางที่บางแห่ง ถ้าเราเคารพสถานที่ เราก็ไม่สูบ นั่นก็คือศีลอย่างหนึ่งเหมือนกัน หากเราไม่สูบ เพราะเกรงบทลงโทษจากภาครัฐ เกรงสังคมไม่ยอมรับ หรือเกรงใจผู้อื่น นั่นคือหิริโอตตัปปะ ธรรมขั้นต้นๆที่คนเราต้องมีอยู่แล้วทุกๆคน กตัญญูกตเวที อิทธิบาท พรหมวิหารธรรม  ต่างๆเหล่านี้ก็เช่นกัน เรามีกันอยู่แล้วทุกคนล่ะ  ที่อยากบอกก็คือ เรารู้อยู่แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่ถูกที่ควร รู้มาตั้งแต่จำความได้แล้วมั้ง  แต่ แค่ ไม่ได้สนใจ เพราะมัวไปติดกับ ชอบ ไม่ชอบ แค่นั้นเอง

เช่นเรารู้ว่า เราควรขยันอ่านหนังสือ แล้วจะเรียนเก่งสอบได้อันดับที่ดีๆ แต่เราอ่านรึเปล่า ขยันรึเปล่า เรามีข้ออ้างเพื่อที่จะไม่อ่านได้ตลอดเวลา ผลัดวันประกันพรุ่ง จนในที่สุด ใกล้ถึงวันสอบ พยายามอ่านแทบตาย ตัวหนังสือก็ไม่เข้าหัว เพราะไม่ได้ฝึก ไม่ได้หัด ไม่ได้ขยันมาแต่ต้น มาตะบันอ่านเอาตอนใกล้สอบก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ต้องทำเป็นประจำให้ใจเคยชิน จนเรากลายเป็นคนขยัน ถ้าเราไม่ขยัน บ่อยเข้า เราก็กลายเป็นคนไม่ขยัน สำมะเรเทเมา เกกมะเหรกเกเร ก็แค่นั้น อนาคตของเราจะเป็นอย่างไร เราจะได้ดีได้ไหม เราเองก็รู้ตัวเอง  แต่ทำรึเปล่าล่ะ สิ่งที่ถูกต้องและควรทำ เปล่าเลย ทำแต่สิ่งที่ชอบ  ตลกดี คนเรา

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ยังจำเป็นอยู่ไหม

August 7th, 2007

จริงๆแล้ว สมัยนี้มีโปรแกรมสำเร็จรูปมากมาย มีซอร์ฟแวร์ถูกๆจากหลายๆบริษัททั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งซอร์ฟแวร์แจกฟรีหรือขโมยดาวน์โหลดจากที่ต่างๆ มากจนไม่รู้จะจาระไนยังไงหมด  ถ้าถามผมตรงๆว่า การโปรแกรมคอมพิวเตอร์ยังจำเป็นไหม ก็คงต้องตอบว่า แล้วแต่สถานการณ์น่ะ

เหอๆ ก็เป็นโปรแกรมเมอร์ มาบอกว่าโปรแกรมคอมไม่จำเป็นแล้ว มันก็ดูจะผิดปกติไป แต่ที่บอกว่าจำเป็น ก็ไม่ได้จำเป็นอะไรมากมาย คือ จริงๆแล้ว คอมพิวเตอร์ มันสำคัญตรงที่ มันทำงานให้เราได้หรือเปล่า ไม่เกี่ยวว่าสวยแค่ไหนเร็วแค่ไหน แต่มันขึ้นกับงานของเราต่างหาก

ถ้าเราหาซอร์ฟแวร์ได้ และใช้งานมันได้ มันก็จบ ไม่ต้องขวนขวายเขียนโปรแกรมให้วุ่นวาย  แต่ถ้ามันหาไม่ได้ล่ะ หรือที่ได้มามันไม่ถูกใจ เขียนโปรแกรมเอง ก็อาจเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เหลืออยู่

และถ้าจะเขียนโปรแกรมเอง ก็เขียนเพียงแค่ให้มันทำงานให้เราได้ก็พอ ไม่ต้องไปวางโครงอะไรให้มันใหญ่โตจนท้อใจ เขียนไปแก้ไปจากเล็กไปใหญ่ เน้นให้มันใช้งานได้ ใช้งานง่าย แค่นี้ก็พอแล้ว

ยกตัวอย่างก็แล้วกัน  สมมุติว่าเรามีร้านอาหารสักร้าน จะเขียนโปรแกรมยังไง

Read the rest of this entry »

 

 

Bad Behavior has blocked 16 access attempts in the last 7 days.

Business Broker