Wirada Blog

Witty tagline

นิทานเรื่องคาตาลินา ตอนที่3

March 30th, 2009

คาตาลินาและเอนริโกออกจากท่าเรือก็พบกลุ่มอันธพาลจำนวนหนึ่งกำลังรุมล้อมหาเรื่องเด็กหนุ่มสองคน และตัวที่ดูท่าทางเป็นหัวหน้าก็ชักดาบออกมา  คาตาลินาจึงตะโกนท้าทายให้มาสู้กับเธอ แทนที่จะไปรังแกเด็ก ตัวหัวหน้าอันธพาลโต้ตอบว่า พวกเขากำลังจะจับผู้ร้าย เด็กโวยขึ้นมาว่าไม่จริง พวกเขาไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย คาตาลินาเธอมีปืนสองกระบอก จริงๆสมัยนั้นปืนไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไร เพราะไม่ค่อยแม่นยำ แถมพอยิงไปนัดนึงก็ต้องเสียเวลาบรรจุดินปืนและกระสุน แต่ว่า ถ้าในระยะไกลแบบนี้ ปืนก็ดูน่ากลัวอยู่ดี 

ฉันไม่เชื่อว่าเด็กพวกนั้นจะเป็นผู้ร้ายมีค่าหัว ปล่อยเด็กเดี๋ยวนี้ คาตาลินาจ้องปืนไปที่ตัวหัวหน้า  เด็กไม่รอให้โอกาสหลุดลอยไป วิ่งมาหาคาตาลินาทันที ในขณะที่พวกอันธพาลไม่กล้าขยับตัว  ฝากไว้ก่อนเถอะ ตัวหัวหน้ามันสบถ และก็หนีไป

เด็กหนุ่มทั้งสองแนะนำตัว คนที่ชื่อโจชัวร์ฟรังโก เป็นเจ้าของเรือลำนั้นนั่นเอง พวกเขาเดินทางเพื่อเรียนรู้โลกกว้าง พวกเขารู้จักลอร์ดฟรังโกเป็นอย่างดี เพราะว่าโจชัวร์เป็นลูกชายคนเดียวของลอร์ดฟรังโกนั่นเอง คาตาลินาพูดไม่ออก แค่รู้สึกไม่ชอบหน้าขึ้นมากระทันหัน เอนริโกจับความรู้สึกได้จึงชวนคุยเรื่องอื่น ถามเกี่ยวกับประกาศจับที่อันธพาลพวกนั้นพูดถึง เขาหาว่าโจชัวร์เป็นคนลักพาตัวเจ้าชาย เจ้าชายก็เด็กอีกคนนั่นเอง พวกเขาอายุเท่าๆกัน เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก โจชัวร์ได้ออกผจญภัย เจ้าชายก็อยากไปด้วยแต่ก็รู้ว่าอย่างไรก็ไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องแอบหนีมา ก็แค่นั้น

เอนริโกลำดับความได้ชัด จึงบอกเด็กให้ทราบว่า เค้าได้ข่าวไม่ค่อยดี  ลอร์ดฟรังโกถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลักพาตัวเจ้าชายเพื่อให้ตัวเขามีสิทธิในราชสมบัติ เด็กสองคนตกใจและจะออกเดินทางกลับไปโปรตุเกต โดยเร็วที่สุด 

รุ่งขึ้น เอนริโกเตรียมเสบียงในเรือเรียบร้อยแล้ว ลูกเรือพร้อม คาตาลินาสั่งออกเดินทางออกจากอิสตัลบูล  หมดธุระที่นี่แล้ว  เรือเดินทางมาได้ไม่นานเท่าไร ก็พบเรือของโจชัวร์ถูกเรือรบโปรตุเกตลำหนึ่งโจมตี  เกิดอะไรขึ้นกันแน่ คาตาลินาวุ่นวายใจ  ใจนึงก็อยากช่วยเพราะรู้ว่าเรือที่ถูกโจมตีเป็นเรือของพวกเด็กๆที่ไม่มีความผิดอะไรเลย อีกใจก็ไม่อยากช่วย เพราะไม่ชอบพ่อของโจชัวร์  

ควรช่วยพวกเขา คาตาลินาตัดสินใจ ตะโกนบอกลูกเรือของตน เหยื่อของเราวันนี้คือเรือรบโปรตุเกต เอนริโกยิงพลุสัญญาณ เรือของโจชัวร์เห็นพลุก็รู้ว่ามีคนมาช่วย จึงหันหัวเรือหนีมาทางเรือของคาตาลินา  เรือคาตาลินาไม่ใช่เรือรบเมื่อเรือของโปรตุเกตไล่ตามเรือของโจชัวร์มา คาตาลินาก็ต้องหนึเหมือนกัน เอ๊ทำไม่ถึงหนึได้ง่ายนักต้องเข้าใจนิดนึงว่า เรือรบน่ะมีปืนใหญ่อยู่ข้างลำเรือ พอจะยิงทีนึงก็ต้องหันข้างๆให้กัน แต่ถ้าเรือไม่อยากสู้เขาหนี  เวลาจะไล่ตามก็ต้องหันหัวเรือไปในทางเดียวกับและแล่นเรือตามให้ทัน ระหว่างที่ไล่ตามก็ยิงเขาไม่ได้ เพราะปืนมันอยู่ข้างๆ เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้

แท้จริงสัญญาณพลุของเอนริโกก็คือสัญญาณเรียกเรือรบของคาตาลินาทั้งสามลำ เมื่อเรือเหล่านั้นแล่นมาถึง คาตาลินาก็กระโดดขึ้นบัญชาการเรือรบของตน กองเรือของคาตาลินาตรงเข้ารบกับเรือของโปรตุเกต สามต่อหนึ่ง และไม่นานเรือของโปรตุเกตก็จมลง  ในขณะที่เรือของโจชัวร์อยู่ในสภาพย่ำแย่จำต้องสละเรือ เอนริโกรับโจชัวร์และเหล่าลูกเรือขึ้นมาบนเรือของตน 

คาตาลินา นำเรือกองเรือเดินทางไปที่เอเธน เมื่อเข้าพัก โจชัวร์และเจ้าชายได้เล่าให้ฟัง  เรือโปรตุเกตลำนั้นทั้งที่รู้ว่าเจ้าชายอยู่ที่เรือของโจชัวร์ แต่กลับไม่สนใจ อีกทั้งยังพยายามที่จะจมเรือของโจชัวร์ให้ได้  ทุกคนรู้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล  จะทำอะไรกับเด็กสองคนนี้ดีนะ

ขันติธรรม เข้าใจง่าย และ สำคัญมาก

March 20th, 2009

ขันติธรรม ความอดทน อดทนต่อสิ่งยั่ว อดทนต่อกิเลส ธรรมนี้แหละที่ผมเห็นว่า เป็นธรรมสำคัญของผู้ปฎิบัติ หากไม่มีขันติธรรม ยังไม่เป็นผู้ปฎิบัติ แต่จะปฎิบัติถูกทางหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ทำไมถึงต้องอดทน

คนทุกคนที่เกิดมาล้วนแล้วแต่คุ้นเคยกับการหลงตามกิเลส  บางคนโกรธง่ายหายเร็ว บางคนโกรธยากแต่พยาบาทรุนแรง บางคนเจ้าเล่ห์จ้องแต่จะเอาเปรียบผู้อื่น ทั้งหลายทั้งปวงก็คือทาสกิเลสอย่างเหนียวแน่นจนกลายเป็นตัวตนของตน ต้องเป็นอย่างนี้แหละถึงจะเป็นชั้น  ตลก ตลกร้าย 

หากวันหนึ่ง คนเรามาปฎิบัติธรรม เป้าหมายเพื่อหลุดพ้นจากอำนาจกิเลส งานแรกที่ต้องทำก็คือ อดทนไม่ตามใจของเราเอง เพราะใจเรานี่แหละมันจะวิ่งตามกิเลส ตามความเคยชิน  ทำไมล่ะ ก็เพราะมันไม่ได้ฝึกฝนอบรม มันเกิดมามันก็อยู่กับกิเลส มันคุ้นเคยกับกิเลส มันคบหากิเลสเป็นเพื่อน การตัดกิเลสมันจึงยาก  ไม่ต้องถึงกับตัดหรอก แค่อดทนไม่ตามกิเลส ก็ยากแล้ว  แต่ก็ต้องทำ

นี่แหละขันติ นี่แหละความอดทน ถ้าจะปฎิบัติธรรม ก็ต้องทน

 

 

Bad Behavior has blocked 16 access attempts in the last 7 days.

Business Broker