Wirada Blog

Witty tagline

ที่ว่า รู้กายรู้ใจน่ะ จริงๆแล้ว รู้อะไร

May 13th, 2009

พระท่านสอนว่า ความยินดียินร้าย เกิดที่จิต ให้มีสติรู้ทัน
จุดประสงค์ของการปฎิบัติก็คือ มีสติรู้ทันความยินดียินร้าย เท่านั้นเองจริงๆ

ความยินดียินร้ายคืออะไร คือ ชอบหรือไม่ชอบ  คือถูกใจ ไม่ถูกใจ คือถูกปากไม่ถูกปาก คือเพราะหรือไม่เพราะ คืออร่อยหรือไม่อร่อย คืออะไรก็ได้ที่เราสัมผัสแล้วให้ค่ามัน ความยินดียินร้ายนี่เองคือกิเลส ยินดีก็คือโลภะหรือราคะ ยินร้ายก็คือโทสะ เผลอไม่ได้มีสติรู้ทันก็คือโมหะ แต่ถ้ามีสติรู้ทัน ความยินดียินร้ายก็จะดับไป กิเลสดับไปตั้งแต่ต้นลม ดับอย่างง่ายดาย ไม่น่ากลัว เหมือนไฟที่เพิ่งจุดจากไม้ขีด เราแค่เป่า มันก็ดับ   เท่านั้นเอง

ที่ปฎิบัติน่ะจะเอาอะไร

May 12th, 2009

พวกเราปุถุชนผู้พากเพียรปฎิบัติธรรมนั้น จุดหมายคืออะไร ถามใครก็คงตอบเพื่อมรรคผลนิพพาน เพื่อปัญญา เพื่อบารมี อะไรที่ดีๆทั้งหลายนั่นล่ะ บางท่านที่มีปัญญามาก อาจตอบว่า ไม่เอาอะไร แต่ถ้าถามให้แรงอีกนิด ใจคิดอย่างนั้นจริงหรือ

เกือบร้อยทั้งร้อยของผู้ปฎิบัติธรรม มักจะติดข้องอยู่แค่เรื่อง มานะอัตตา ปฎิบัติเพื่อเอาดีเอาสุขเอาสงบ เอาดีหมายถึงให้คนเค้าเห็นเราว่าดี ให้เราเห็นว่าเรานั้นดี พอไม่ดี ไม่ได้อย่างใจก็ทุกข์ เอาสุขก็เหมือนกัน เอาสงบก็เหมือนกัน มันไม่เที่ยง มันแค่ดอกไม้ริมทาง มันไม่ใช่ทาง  ดีก็ไม่เที่ยง สุขก็ไม่เที่ยง สงบก็ไม่เที่ยง เราไม่รู้ตามจริง ใจไม่มีปัญญา มันไม่ฉลาด พอไม่ดีไม่สุขไม่สงบ ก็เลยทุกข์ แทนที่จะเห็นไตรลักษณ์ เสียโอกาสไปเปล่าๆ

ไตรลักษณ์คืออะไร  เมื่อวานดี วันนี้ไม่ดี นั้นก็คือไตรลักษณ์มันไม่เที่ยง มันไม่ได้อย่างใจ จะไปบังคับมันอย่างไรมันก็เป็นทุกข์  เมื่อวานนี้สุขสงบร่มเย็นวันนี้ไม่สุขไม่สงบไม่ร่มเย็น มันก็เป็นทุกข์ มันไม่เที่ยง มันบังคับไม่ได้ มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของมัน มันไม่ได้เป็นไปอย่างใจต้องการ เห็นให้ได้อย่างนี้สิจึงจะมีประโยชน์

ลาภยศสรรเสริญสุข มันไร้สาระ ไปเอามันทำไม

เจริญแล้วเสื่อม เป็นธรรมดา

May 4th, 2009

พักนี้ รู้สึกว่า การภาวนาดีขึ้น ใจเข้มแข็งขึ้น เห็นอะไรๆตามจริงมากขึ้นเร็วขึ้น แต่ก็ฟุ้งซ่านบ่อยขึ้นมาก ดีหรือว่าไม่ดี คำตอบก็คือ ดี ดีที่รู้เร็วขึ้นตามจริง แต่ไม่ดีตรงไปให้ค่ามันว่าแบบนี้ล่ะที่ต้องการ แบบนี้แหละที่ใช่ อะไรทำนองนั้น มันไม่ถูกที่ไปให้ค่ามัน อะไรเกิดขึ้นแค่รู้ก็จบ ถ้าไปให้ค่ามันก็จะเกิดสุขทุกข์ เกิดพอใจไม่พอใจ เกิดตัวตนขึ้นมาอีก

จริงอยู่การภาวนาน่ะมันยาก แต่ถ้าเราจับหลักให้แน่น มันก็ไม่มีอะไร หลักก็คือ มีสติรู้กายรู้ใจลงในปัจจุบัน มันก็แค่นั้น เรื่องว่าดีขึ้นหรือเสื่อมลง มันเป็นเรื่องของมัน เป็นเรื่องธรรมดา มันเป็นการปรุงแต่ง เป็นสัญญาของอดีตมาปรุงแต่ง  แค่นั้นเองจริงๆ 

ภาวนาไปเถอะ ไปเรื่อบๆ อย่าท้อ อย่าถอย อย่าหยุด จำไว้   มีสติรู้กายรู้ใจลงในปัจจุบัน

เพลง 2548

May 2nd, 2009


 

เพลง 2548
ดาวน์โหลดที่นี่

เนื้อร้อง,ทำนอง,ขับร้อง,เล่นกีตาร์ ฯลฯ โดย น้าหงา สุรชัย จันทิมาธร

ย่างก้าวสำคัญ ที่แยกตรงนั้น มันมีเพียงสอง
แยกหนึ่งแสงสีเรืองรอง แยกสองป่าดงพงพฤกษ์พนา
แน่นอนนักเดินทางอย่างเราเข้าใจไม่ช้า
จะเลือกทางป่า คงลำบากไม่อยากจะไป

แต่มีปัญหามาให้เราคิด สักนิด สักหน่อย
สามแพร่งที่คอย คอยให้คนตัดสินใจ
สนุกสนานร่าเริงสำราญ หนี้บานตะไท
อีกทั้งจับจ่าย บริโภคเสี่ยงโชคนานา

ขบวนรถเรา ย่างเข้าปีเจ็ดสิบสาม
ลุ่มๆ ดอนๆ ไปตามเส้นทางชื่อปรารถนา
บางคราว บางครั้ง เข้มแข็ง บึกบึน เก่งกล้า
อำนาจกับวาสนา ทั้งบารมีที่แฝงโกงกิน

เหลือเพียงทางป่า ที่ว่าไม่รู้ไปสู่แห่งใด
แต่น่าสนใจ เพราะเป็นทางใหม่ ไปสุดแผ่นดิน
แลดูเขียวๆ เลี้ยวลัดกันไป ไม่มีสุดสิ้น
คือที่อยู่กินที่ต้องสร้างทำด้วยน้ำมือเรา

จะเอาทางไหน จะไปทางใด 2548

 

 

Bad Behavior has blocked 16 access attempts in the last 7 days.

Business Broker