Wirada Blog

Witty tagline

อยู่ในโลก ก็ต้องทำหน้าที่

April 29th, 2010

เราทุกคนเกิดมา ล้วนเท่่าเทียมกัน  มีพ่อแม่ อาจมีพี่น้อง ญาติมิตร หลายท่านอาจมีคู่ครองและลูกหลาน แต่หน้าที่ของคนเราทุกคนล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน ก็คือ เลี้ยงชีพชอบ หมายถึง ประกอบอาชีพสุจริต อุปการะดูแลพ่อแม่และครอบครัวของตน อย่างเต็มความสามารถ

ทำได้เท่านี้ก็เป็นคนดีเหลือเกินแล้ว

สิ่งที่ดียิ่งไปกว่านี้ คือ ต้องศึกษาธรรมมะ อย่างน้อยก็ต้องระลึกรู้ว่า สักวันหนึ่ง เราต้องตายจากไป  เราทุกคนนี่ล่ะ วันใดวันหนึ่ง ก็ต้องจากไป ก่อนจะถึงวันนั้น เราทำความดีอะไรมีทานมีบารมีอะไรอีกบ้าง ที่จะพอเป็นเสบียงเลี้ยงตัวในชาติหน้าภพหน้า  หรือมัวแต่หลง แต่เผลอ กินบุญเก่าสร้างกรรมใหม่ บุญเก่าก็หมดไป กรรมใหม่ก็สะสม รอเวลาออกดอกผลเป็นความทุกข์ใจไปอีกกี่ร้อยกี่พันชาติ และถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าเสียดาย เสียดายเพราะชาตินี้ดีที่สุดแล้ว พบพระศาสนา พบพระผู้รู้ พบกัลยาณมิตร โชคดีขนาดนี้จะมัวรอชาติไหนอีกล่ะถึงจะเริ่มปฎิบัติให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ พ้นชาตินี้ไป จะพบพระศาสนาอีกไหม ก็ไม่รู้ แม้แต่จะได้เกิดเป็นคนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย  รู้ความตายรออยู่ตรงหน้า ความรู้สึก โกรธแค้น ก็จะลดลงไปเอง เราเองก็จะตายแล้วจะพกพาความโกรธแค้นไปทำไม  ความโกรธแค้นเป็นอารมณ์เชิงลบ คือ ทำร้ายเรา ทำให้เราร้อนรน ฟุ้งซ่าน เครียด และเป็นทุกข์ใจ แค่เราโกรธแค้น เราก็ทุกข์แล้ว ทุกข์ตอนนี้แล้ว ทุกข์วันนี้แล้ว ถ้ายังโกรธแค้นอยู่ก็ต้องทนทุกข์อยู่ จะทนไปทำไม จะโกรธไปทำไม อิอิ ก็มันทำร้ายเรา มันด่าเรา มันไม่ยุติธรรม  อะไรทำนองนั้น  เฮ้อ หนักน้อ เป็นใครก็ต้องโกรธแค้นแหละ แต่วางซะเถอะ ช่างมันเถอะน้อ วันนึงเราก็ตาย เค้าก็ตาย อะไรที่มันทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ต้องวาง อิอิ เอาความโกรธแค้นไปวางไว้ที่กฎแห่งกรรม ฮ่า ฮ่า กรรมใดใครก่อก็รับกรรมไปเองละกัน เราเองถ้าวางได้ เราก็สบายใจ ไม่เป็นทุกข์ อันนี้พูดแบบเอาง่ายๆนะ แบบใครก็รู้ใครก็ทำได้  เอาแค่พออยู่ในโลกได้ไม่ทุกข์ ก็พอใจละ

ส่วนกิเลสตัวอื่น ก็ ฝากให้เก็บไปคิดละกัน  “ภิกษุทั้งหลาย เธอจงมองดูโลกอันวิจิตรสวยงาม ดุจราชรถทรงของพระราชา ที่คนเขลาพากันหลงไปติดอยู่”

ภาวนาำไม่เอาไหน จนป่านนี้ยังเห็นทุกข์มันอยู่นอกๆ

April 27th, 2010

พระท่านว่า กายนี้เป็นทุกข์ ใจนี้เป็นทุกข์ แต่ที่เราเห็น เราเห็นกายนี้ใจนี้ มันอยู่ของมันดีๆ มีทุกข์จรมาเป็นคราวๆ เมื่อใดมีสติ ไม่หลง ไม่เผลอไป เมื่อนั้นก็ไม่ทุกข์ มีสติในปัจจุบัน ก็ไม่ทุกข์ในปัจจุบัน

หรือว่า เราไม่เหมาะกับการดูทุกข์  คงต้องดูมันเป็นอนิจจัง หรืออนัตตาแทนกระมัง

หนังการ์ตูนเรื่องใหม่ ที่น่าสนใจ Arakawa Under the Bridge

April 21st, 2010

ไม่สนุกหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า

คือ เป็นเรื่องของคนบ้าน่ะ แต่เท่าที่ดูมาสองสามตอน มันมีอะไรเล็กๆน้อยๆให้ต้องเก็บเอามาคิดทุกตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือเรื่องของการยึดมั่นถือมั่น ฉันเป็นมนุษย์ต่างดาวนะ ฉันเป็นกัปปะ ฉันเป็นดารา ฉันเป็นโน่นเป็นนี่  อิอิ แล้วก็ถามตัวเราเองสิ ว่า เราคือใคร  ลองแนะนำตัวเองสิ สมมติว่าอยู่หน้าห้องประชุมมีคนสักสิบกว่าคนกำลังรอปรบมืออยู่ เราก็คงแนะนำตัวเองอย่างภูมิใจ ชื่ออะไรมาจากตระกูลอะไรประสบความสำเร็จด้านใดมาบ้าง  แต่ใครจะรู้ว่า นั่นเป็นคำตอบที่ผิด

เพราะคำถามว่า เราคือใคร? ไม่ใช่ว่า เรามีอะไร?  พอดูเรื่องถึงตรงนี้ก็สะดุดกึก ฮ่า จริงของมัน  ก็ที่เราตอบมันคือสิ่งที่เรามี แต่ไม่ใช่ตัวเรา  ชื่อก็ไม่ใช่เรา นามสกุลก็ไม่ใช่เรา ความรู้หรือปริญญาต่างๆ ทรัพย์สินเงินทองมากมาย นั่นก็ไม่ใช่เรา  แล้วเราคือใคร

เกมส์ของปีศาจ

April 21st, 2010

โลกนี้ทั้งใบนี่ล่ะ อยู่ในอุ้งมือของปีศาจ เราทุกคน ก็เป็นแค่อะไรสักอย่างที่กำลังเล่นเกมส์ของปีศาจอยู่ ปีศาจชั่วร้ายครองโลกนี้มานานมากแล้ว มันกดข่มคนด้วยความทุกข์ยาก มันล่อลวงทุกคนด้วยเงินตรา อำนาจ หรือความต้องการของแต่ละคน

เราดิ้นรน ตั้งแต่เกิดจนตาย ก็ไม่ชนะเกมส์บ้าๆนี้ ไม่มีทางเลย เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ทำไงถึงจะชนะ

มีอายุยืนที่สุดเป็นพันๆหมื่นๆปี ชนะไหม ร่ำรวยเงินตรา มีภรรยาเป็นร้อยเป็นพันมีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง ชนะไหม มีกำลังมาก มีอาวุธร้ายแรง มีอำนาจวาสนา ฆ่าใครๆทุกคนที่ขวางทาง ยึดครองโลกทั้งโลกได้ ชนะไหม

เราไม่รู้เลยว่า เกมส์นี้ เป้าหมายคืออะไร ทำไงถึงจะชนะ

ชนะใคร เอาชนะปีศาจเจ้าของเกมส์นี้น่ะสิ  ดูมันเหมือนฝัน เลื่อนลอย เลือนลาง จะเอาชนะมันได้ยังไง เราไม่รู้อะไรเลย

มีใครเคยชนะเกมส์นี้ไหม แหะๆแบบว่าไม่ค่อยเก่งน่ะอยากชนะเกมส์ก็ต้องหาเฉลยน่ะสิ  คำตอบที่หาได้ก็คือ มีสิ มีคนที่เอาชนะเกมส์นี้ได้ และก็มีเฉลยเกมส์ไว้ด้วย ข่าวดีไม๊ล่ะ
ก้าวแรกที่จะเอาชนะเกมส์ของปีศาจ ก็คือ ต้องรู้ซะก่อนว่า เรากำลังอยู่ในเกมส์ของปีศาจ เรากำลังเล่นเกมส์ของปีศาจ ถ้าไม่รู้ตรงนี้ก็จบกัน  ปีศาจมันเอาความทุกข์มากดข่มเรา ความทุกข์มันก็แค่ทุกข์กาย ทุกข์ใจ กลัวมันทำไม มันทุกข์มากนัก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ก็แค่นั้นเอง ไม่กลัวทุกข์ก็มีหวังจะเอาชนะมันได้แล้ว มันขู่เราไม่ได้แล้ว มันจัดการเราไม่ได้ง่ายๆแล้ว

ทุกข์กายมันช่วยไม่ได้ มันเกิดมาแล้ว มีร่างกายแล้วก็ต้องมีโรคภัย มีร่างกายแล้วก็ต้องแก่ชรา และในที่สุด ก็ต้องตาย เป็นธรรมดา แต่ทุกข์ใจน่ะสิ มันเป็นเรื่องของปีศาจชัดๆ ความอยาก ล่อลวงให้ดิ้นรน สมอยากก็เกิดสุข ไม่สมอยากก็เกิดทุกข์ คนเราก็อยากสุข ไม่อยากทุกข์กันทั้งนั้นล่ะ ไม่รู้เลยว่า นี่ล่ะ กับดักของปีศาจ นี่ล่ะเกมส์ของปีศาจ

อยากสุข ก็ดิ้นรนหาสุข ไม่อยากทุกข์ก็ดิ้นรนหนีทุกข์ ลืมคิดไปว่าถึงจะสุขก็สุขแป๊บเดียว ทุกข์ ก็ทุกข์แป๊บเดียว เดี๋ยวก็ต้องดิ้นใหม่ ดิ้นไปเรื่อยๆ  ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น  เพราะอารมณ์น่ะ ไม่รู้ทันอารมณ์ จริงๆแล้วมันแค่ ชอบ ก็อยากได้ ไม่ชอบก็ผลักใส แค่นั้นเอง  ทำไมต้องดิ้นรนกะเรื่องแค่นี  ถ้าเราไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์ ไม่ถูกผลักดันให้ดิ้นรนกับคำว่า ชอบ หรือไม่ชอบ นี่ล่ะมั้ง ชัยชนะของเกมส์นี้  รู้ทันอารมณ์ของตน ไม่ถูกล่อลวงด้วยความอยาก ไม่ถูกกดข่มบังคับด้วยความทุกข์ ไม่ถูกข่มขู่ด้วยความตาย มีชีวิตอย่างอิสระตลอดไป

“ประกอบอาชีพสุจริต ดำรงชีวิตในศีลธรรม หมั่นมีสติระลึกรู้กายรู้ใจลงในปัจจุบัน”
สู้ๆนะทุกท่าน เอาชนะเกมส์นี้ให้ได้ด้วยกันทุกคนนะ

Natsume

April 13th, 2010

 

เป็นเรื่องของเด็กคนนึงได้รับมรดกสำคัญจากคุณย่าของตน เป็นหนังสือที่รวบรวมรายชื่อเพื่อนของคุณย่า ซึ่งเป็นโยไค อืม แปลเป็นไทยก็คงประมาณ พวกภูติหรือปีศาจ อะไรทำนองนั้น
นัทสึเมะ มี2ภาค ยังพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น ในยูทูปก็มีสับไตเติลให้อ่านเป็นภาษาอังกฤษได้   เนื้อเรื่องออกในโทนซอร์ฟๆ บรรยากาศเป็นมิตร ดูแล้วมีความสุข  ถ้าเทียบก็คงสไตล์คล้ายๆผีซ่ากับฮานาดะครับ อิอิ ก็คนแต่งเป็นคนเดียวกันนี่นา

http://www.youtube.com/watch?v=3R91_65ITkQ&feature=related

 

 

Bad Behavior has blocked 23 access attempts in the last 7 days.

Business Broker