Wirada Blog

Witty tagline

บริดจ์ บทที่5 จบซะที

August 20th, 2010

กิจกรรมของชมรมเราก็จัดอย่างต่อเนื่อง เมื่อกลางเทอมต้นก็มีกีฬาระหว่างคณะไม่จำกัดชั้นปี เปิดเทอม2เราก็จัดแข่ง Duplicate ภายในมหาวิทยาลัย นักศึกษาทั่วไปไม่จำกัดเพศวัยคณะหรือชั้นปี แค่มีคู่ก็สมัครลงแข่งได้ (ยกเว้นนักกีฬาของชมรมบริดจ์ไม่มีสิทธิลงแข่ง) ชิงรางวัลทุนการศึกษา2000บาท ( เราได้สปอนเซอร์จากบริษัทน้ำอัดลมชื่อดัง )
จากนั้นก็มีกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ กับชมรมบริดจ์ของมหาวิทยาลัยในจังหวัดใกล้เคียง  อันนี้เป็นประจำทุกปี  เราจะเป็นเชิญเขามาแข่งในช่วงเริ่มเทอม2ใหม่ๆ และหลังจากนั้นไม่นานเค้าจะเชิญเราไปแข่งที่มหาวิทยาลัยของเขา  จริงๆก็ถือว่าเป็นงานใหญ่ เพราะเขาจะพากันมาก่อนวันแข่ง มาพักค้างคืนที่มหาวิทยาลัยของเรา สำหรับผู้หญิง พี่ๆชมรมเค้าจะพาไปฝากไว้หอพักหญิงที่รู้จักสนิทสนมกัน สำหรับผู้ชายก็จะไปค้างกันที่หอพักของพวกพี่ๆชมรม แหะๆ ก่อนจะได้พักก็ไปปาร์ตี้กันก่อน อิอิ เราก่อกองไฟกลางสนามซอร์พบอล นั่งล้อมวงดีดกีตาร์ ร้องเพลง และก็กินเหล้าขาว   อันนี้ก็เป็นประเพณีเหมือนกันนะ ทุกปีก็จัดกันแบบนี้ (ชมรมซอร์พบอลเค้าก็ไม่เคยว่าอะไรเราสักที)  แต่ตอนเราไปเยือนมหาวิทยาลัยเค้า เราไปเช้าเย็นกลับ ฮ่า ฮ่า ไม่มีกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษเล้ยย

บริดจ์เชื่อมสัมพันธ์ จริงๆก็คือ ซ้อมแข่งนอกรอบก่อนจะไปกีฬามหาวิทยาลัยนั่นเอง  ทีมของเรา มีเฉพาะทีมชาย แต่ของคู่แข่งเขามีทีมหญิงมาด้วย พี่จอยและผมก็เลยมีโอกาสได้เล่น  เราจัดทีมสำรอง ลงแข่งกะทีมสาวๆของเค้า  แข่งกันเล่นๆ   แต่ก็ดี เพราะอย่างน้อย ก็จะวัดผลได้ระดับหนึ่งว่า ที่ซ้อมมา ฝีมือมันดีขึ้นหรือไม่แค่ไหนอย่างไร

ก่อนเริ่มแข่งขัน พี่นพเตือนพวกเราให้ระลึกไว้ว่า เรากำลังซ้อมแข่งขัน อย่าไปสนใจแค่ชนะหรือแพ้ แต่ตั้งใจเล่นให้ดีที่สุด  ผมและพี่จอยมาที่โต๊ะแข่ง คู่แข่งของเรารอยู่ที่โต๊ะ จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันสับไพ่ใส่บอร์ด พี่จอยพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ต่างสถาบัน   การแข่งขันก็เป็นไปอย่างไม่ตื่นเต้นแต่ประการใด คู่แข่งเค้าก็เล่นได้ดีพอควรทีเดียว พอจบการแข่งขัน พี่จอยจะเอาคะแนนของทั้ง2โต๊ะมาเปรียบเทียบ ถ้ามีอะไรที่แตกต่างกันอย่างผิดสังเกต ก็จะแกะเอาไพ่ออกจากบอร์ด เอามาคุยกันอย่างมีเหตุผล   ทำไมถึงประมูลอย่างนี้ ทำไมถึงทิ้งตัวนี้ อะไรทำนองนี้ คือพี่จอยเชื่อว่าเราจะทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลรองรับ เราถึงจะเก่งขึ้นได้ ถ้าเราทิ้งไพ่หรือทำอะไรไปตามความเคยชิน เราจะเอาอะไรมาพัฒนา ความคิดความอ่านก็จะเดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีการปรับปรุง   แหะๆ ก็ใครจะมีเหตุผลได้ตลอดเวลาล่ะน้อ ผมเดินไพ่บางทีก็พลาด บล๊อกสะพานตัวเอง ตอนดีเฟนส์ บางทีก็เผลอทิ้งตัวที่ไม่ควรทิ้ง อะไรทำนองนี้ แต่ก็นั่นล่ะ บริดจ์น่ะ พลาดแม้แต่กองเดียวผลคะแนนก็อาจห่างกันราวฟ้ากับดิน โดยเฉพาะ ทีมผม จะไปแข่ง Duplicate ยิ่งไปกันใหญ่ คะแนนที่ทำในแต่ละบอร์ดจะต้องเปรียบเทียบกับคู่แข่งอีก5-6ทีมเลยทีเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ทั้ง6ทีมจะพลาดเหมือนเรา

พอจบการแข่งขัน ทีมเยือนก็ขอตัวเดินทางกลับกันทันที รถบัสเค้ามารอตั้งแต่9โมงเช้า เข้าใจว่าคงจะพากันไปเที่ยวและปิคนิคทานข้าวกันที่สถานที่สำคัญๆ ก่อนกลับถึงมหาวิทยาลัยของเขาในช่วงค่ำ
ชีวิตนักศึกษา ก็ไม่ใช่จะสนุกสุขสบายแบบนี้หรอกน้อ อนาคตก็คิดถึงเหมือนกัน จบปีหนึ่งแล้วจะเลือกภาคอะไรดี เรียนจบแล้วจะหางานที่ไหน ทำงานแบบไหน อะไรทำนองนี้   แต่คำตอบมันค่อนข้างจะลางเลือน เหอๆ เลย พักไว้ก่อน ค่อยคิดต่อวันหลังละกันน้อ

หลังจากนั้นพวกเราก็ซ้อมกันอย่างหนัก จนเมื่อถึงวันแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย ชมรมของเราทำผลงานได้ดีมาก เราได้เหรียญทองแดงในประเภททีมชาย และ ได้เหรียญทองแอง ในประเภทคู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่คู่ของผมหรอก แต่เป็นคู่ของพี่เปี๊ยกกะพี่กริด ขานั้นเค้าเข้าขากันได้ดี เล่นกันมาตั้งแต่ปี1ยันปี .. เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ไม่ได้นับ อันนี้พี่เค้าตอบเองน่ะครับ

สำหรับคู่ของผม ขาดๆเกินๆ บางบอร์ดพี่จอยชู๊ตให้ผมเข้าเกมส์4ดำโดนดับเบิล แล้วเดินตก อีกบอร์ดก็ไพ่6แดงแต่ดันปิด6โนทรัมป์ เดินพลาดสะพานไม่พอใช้ ตกไปตามระเบียบ ถือเป็นประสบการณ์ครับ แพ้ชนะเรื่องเล็ก

หลังจากการแข่งขัน ชมรมเราก็เงียบเหงา พี่ๆที่ยังมาชมรม ก็คุยกันแต่เรื่องสอบ ก็มันใกล้ไฟนอลแล้วนี่ ใครก็ต้องห่วงล่ะ ทำโปรเจค ทำรายงานกลุ่ม ทำสัมนา อะไรสารพัดที่ต้องทำ ทำไมถึงเยอะล่ะ แหม ก็มาทำเอาช่วงจวนตัวก็ต้องเยอะดิ ของแบบนี้เค้าต้องทำเรื่อยๆ ทำแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่ปล่อยจนดินพอก ฮ่า ฮ่า ปีหนึ่งก็พูดได้สิน้อ พอถึงปี4 ก็คงเข้าตำราเดียวกันแหละ

ในที่สุด ปิดเทอม ฟังผล หลายๆคนในชมรมก็เรียนจบ พี่จอยก็จบ พี่นพติดฝึกงาน แต่ก็จบแน่หลังซัมเมอร์ ผมเองจะไปสอบเอนท์กะเค้าดูเหมือนกัน ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ แต่เราสอบจบปี1มาได้นะ และเพื่อนๆรุ่นผมสอบกันเกือบทุกคน แถมสนามสอบก็ในมหาลัยสะดวกสบาย สอบติดไม่ติดก็ช่างมัน ยังไงก็มีที่เรียนอยู่แล้ว ไม่มีอะไรเสียหาย และถ้าฟลุ๊คสอบติดที่ไหนดีๆ ไปเรียนที่ใหม่ ผมก็ยังจะเข้าชมรมบริดจ์ต่อไป อย่างแน่นอน

บริดจ์ บทที่4 มีคู่กะเค้าซะที

August 18th, 2010

จากความกังวลใจเรื่องผลการเรียนซึ่งจะกระทบต่องานชมรม !?  อิอิ ผิดลำดับความสำคัญรึเปล่าน้อ  แต่ก็นั่นแหละ กฎระเบียบของชมรมก็เลยต้องมี  พี่นพไปซื้อสายยูและกุญแจตัวใหญ่มาล๊อกห้องชมรม เพราะอยากควบคุมไม่ให้พวกเราเล่นมากเกินไป  ตะก่อนน่ะ เล่นกันตั้งแต่10โมงเช้า รอเวลาเข้าเรียนเห็นว่างั้นนะ แต่บางทีก็เพลินลืมไปเรียน รู้ตัวอีกทีก็เย็นค่ำ เล่นต่อจนถึงห้าทุ่มหกทุ่มก็แยกย้ายกลับหอพัก  อย่างนี้ไม่น่าห่วงรึไง พี่นพก็เลยล๊อกห้อง ไม่ให้ใครเบิกโต๊ะเบิกไพ่ไปใช้นอกเวลาซ้อม และพี่นพจะกลับมาเปิดห้องชมรมเองตอนประมาณ 5โมงเย็น และปิดห้องตอน2ทุ่ม   ” ซ้อม3ชั่วโมงก็พอแล้ว ” พี่นพมั่นใจอย่างนั้น

แรกๆ บรรดาผู้อาวุโสก็แอนตี้เหมือนกัน โดยเฉพาะตอนจะปิดชมรม ไม่เคยปิดได้ตรงเวลา โต๊ะขาใหญ่ไม่ยอมเลิกซ้อม แต่พี่นพก็อดทนรอ และขอร้องอย่างสุภาพ  ในที่สุด ทุกคนก็ปรับตัวได้

วันนึง พี่นพไม่ว่างมาเปิดชมรม  พี่จอยก็เลยมาเปิดแทน โห ผู้เฒ่าครึกครื้นกันเป็นการใหญ่  “น้องจอย ไม่เจอนานนะ สวยขึ้นตั้งเยอะ ” ฮา สิ พี่จอยหน้าตาพอใช้ได้แหละ เป็นอาหมวย ความขาวนี่ส่งประกวดได้ แต่หุ่นน่ะสิ ออกท้วมไปนิ๊ดดด
พี่จอยถูกตื้อให้มาร่วมเล่นบริดจ์กับพวกเรา อิอิ ผมยังอยู่โต๊ะผู้ชรา แม้ไม่ได้เล่นนาน แต่ก็ยังเห็นแววความเก่ง  พี่จอยถนัดแนวคอนโทรลเหมือนพี่นพเปี๋ยบ เวลาประมูลนะ เธอจะเดาแต้มและหน้าไพ่ของเราอย่างแม่นยำ และถ้าเป็นไปได้ ก็จะชู๊ตเข้าเกมส์อย่างแรง  สไตล์การเล่นค่อนข้างบู๊ ผิดกับใบหน้าที่ดูเรียบร้อย

” พี่จอยเก่งขนาดนี้ทำไมเลิกเล่นล่ะครับ ” ผมถามกลางวงด้วยความสงสัย  คำตอบที่ได้ก็คือ เธอไม่มีคู่
เรื่องของเรื่องก็คือ ในความรู้สึกของพวกเรา บริดจ์เป็นกีฬาที่อยู่้เหนือเรื่องของหญิงชาย  หมายถึง ไม่ว่าหญิงชายต่างก็มีสมองหรือสติปัญญาเท่าเทียมกัน  แต่ว่า กรรมการเขาไม่คิดเช่นนั้นมั้ง เค้าจัดการแข่งขันโดยแบ่งประเภทหญิง และประเภทชาย  และจะให้ชมรมเราจะหาผู้หญิงเก่งๆให้ได้ครบ4คน มันยากไม๊ล่ะ .. พี่นพเคยประท้วงเรื่องนี้ไปทีนึง แต่ก็โดนมหาวิทยาลัยอื่นเค้าคัดค้าน ก็เขามีโอกาสมากขึ้นที่จะได้เหรียญจากประเภทหญิงนี่นา เป็นปัญหาของเราเองที่ไม่สามารถเฟ้นหานักกีฬาที่เป็นผู้หญิงได้ พูดไม่ออกสิน้อ

“เอางี้สิ น้องจอยก็จับคู่กะพี่เปี๊ยก แล้วลงแข่งDuplicate” พี่เปี๊ยกออกไอเดีย  Duplicate เป็นบริดจ์อีกแบบนึง ทีมละ2คน ไม่แยกหญิงชาย
“ดีสิจอย มาเป็นนักกีฬา ปีนี้แข่งบางแสนนะ จะได้ไปเที่ยวทะเลกัน ” พี่เขตรีบโฆษณา   ได้ไปแข่งกีฬามหาวิทยาลัยก็เหมือนไปพักร้อนนั่นล่ะ เดินทางฟรี ที่พักฟรี แข่งเสร็จก็จะมีเวลาว่างไปเที่ยวกันได้
“ปีนี้บางแสนเหรอ น่าสนเหมือนกันนะ แต่ว่าจอยจับคู่กะน้องปีหนึ่งคนนี้ดีกว่า  น้องเค้าจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ”  เฮ้ยย ส้มหล่นสิผม รีบรับคำทันที ด้วยความยินดีเป็นที่ยิ่ง ฮ่า ฮ่า

จากวันนั้น ผมก็ตั้งตารอวันที่พี่จอยว่างมาซ้อม  อาทิตย์นึงก็มาสักสองครั้งมั้ง   แต่ถ้าพี่จอยมาเธอจะเซ้อมอย่างจริงจัง  ตรงไหนที่ผมสื่อสารกับเธอไม่เข้าใจ เธอก็จะพยายามอธิบาย  ปรับความเข้าใจให้ตรงกัน
“บริดจ์ แพ้ชนะอยู่ที่ Defence” พี่จอยบอก  การดีเฟนส์ที่ดี เริ่มตั้งแต่การรู้จักเดารูปไพ่คู่ต่อสู้จากการประมูล HCPเท่าไร ไพ่บาลานซ์ไหม มีทรัมป์กี่ใบ วอยด์หรือช๊อตหน้าไหน  แล้วเค้าจะเดินไพ่สไตล๋ไหน ครอสล๊าฟหรือควานทรัมป์  อะไรทำนองนี้ ถ้าเราเดาถูก เราก็จะวางแผนการดีเฟนส์ได้ดี  เริ่มตั้งแต่ First Lead  การตัดสะพาน การไล่ทรัมป์ซะเอง การส่งไพ่ปาดหน้าแข็งแทงหน้าอ่อน  พวกพื้นฐานเหล่านี้เราต้องรู้จักเอามาประยุกต์ใช้ทั้งหมด  นี่ล่ะ เราถึงต้องซ้อมหนัก ซ้อมจนมันซึมเข้าไปในกระโหลกของเราให้ได้

มีคู่มันดีอย่างนี้เองน้อ

บริดจ์ บทที่3 แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ

August 13th, 2010

” แพ้ชนะ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ “

พูดแบบนี้แสดงว่า แพ้น่ะสิ  แหะๆ ใช่ครับ แม้จะไม่ตกรอบแรกตามความคาดหมาย แต่ก็ตกรอบตัดเชือก แพ้คณะเภษัชไปอย่างน่าเสียดาย เฮ้อ

“ได้ยินว่าฝ่ายนั้นเค้าซิ่วมา” .. พี่คณะคนนึงปลอบใจพวกเรา  คำว่าซิ่ว หมายถึงนักศึกษาที่เรียนปี1+ จากที่อื่น หรือคณะอื่น แล้วสอบติดคณะใหม่ มาเป็นปี1ที่นี่  ซึ่งถ้ามีโอกาสเล่นบริดจ์มาก่อน ก็จะได้เปรียบทีมของเราที่เป็นมือใหม่ทั้งหมด แต่จริงๆผมเสียดายบอร์ด3แดง4เมด แหมผมน่าจะดันเข้าเกมส์4แดงไปเลย    แต่ก็ช่างมันเถอะ  ผ่านไปแล้ว

การแข่งขันรอบรอง และรอบชิงก็ดำเนินต่อไป คณะวิศวะได้ที่1 ตามความคาดหมาย ส่วนเภษัชได้ที่สอง ที่สามเป็นใคร จำไม่ได้แล้ว แหะๆ ไม่ได้สนใจขนาดนั้น  อะ แล้วผมล่ะ คณะอะไร

ผม ชาญวิทย์ คณะวิทยาปี1ครับ ขอเข้าชมรมบริดจ์ ครับผม .. ผมบอกพี่นพในคืนที่จบการแข่งขัน  พี่นพไม่มีปัญหา ชมรมนี้ไม่มีใบสมัคร อยากเล่นก็มาเล่นได้เลย ห้องชมรมก็อยู่ตรงนี้ ใครกางโต๊ะเองก็เก็บโต๊ะเอง ใครเอาไพ่ออกมาเล่นเองก็เก็บเอง แค่นั้นแหละ

จากวันนั้น ผมก็สถิตอยู่ชมรมบริดจ์ ทุกวัน  แต่ปัญหาของผมก็คือ  พาร์ทเนอร์ที่เล่นกะผมตอนแข่งน่ะ เค้าตั้งใจจะสอบเอนท์อีกครั้ง เค้าไม่เข้าชมรมใดๆทั้งสิ้น ผมไม่กล้าจะตี๊อเค้า ผมอยากเล่นเองจะไปบังคับเค้าได้อย่างไร  .. ผลก็คือ เป็นสมาชิกชมรมบริดจ์ ประเภทไร้คู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า  แต่ก็ไม่อนาถขนาดนั้นหรอกครับ ผู้เฒ่าผู้แก่ประจำชมรม เค้าจะขาดขาเป็นประจำ   ผมก็เลยกลายเป็นได้เล่นกะผู้อาวุโส  ฮ่า ฮ่า ดีน้อ จะได้เก่งเร็วๆ เก่งดิ แต่ก่อนนะไพ่13ใบถือทีแทบจะต้องประคองทั้งสองมือ เดี๋ยวนี้สบาย ถือมือเดียวคลี่เก็บคล่องแคล่ว เหมือนคนเล่นเก่งน้อ  เวลาทิ้งไพ่นะ สะบัดปลายนิ้วเล็กน้อย ให้ไพ่กระทบโต๊ะมีเสียงดังๆ โห อิอิ ทำได้น่ะ เลียนแบบพี่ๆเค้า   แม้แต่ท่านั่งที่ดูกวนบาทา  นั่งเต๊ะจุ๊ยมือนึงถือไพ่มือนึงคีบบุหรี่  โห  เท่ น่ะ
สมาชิกส่วนใหญ่ของชมรม จะมาจากคณะวิศวะครับ และก็จะเป็นสุดยอดของคณะซะด้วย (อิอิ ระดับซุบเปอร์ )และที่สำคัญ ไม่มีผู้หญิงสักคน  จริงๆก็ไม่น่าแปลกใจหรอก หน้าตาสมาชิกชมรมแต่ละคน ผมเผ้ายาวรุงรังไว้หนวดไว้เครา  ยังกะโจร แหะๆ ไม่รวมผมนะครับ  ผมยังใสปิ๊ง ฮ่า ฮ่า

” สมาชิกที่เป็นผู้หญิงเหรอ มีสิ .. ก็น้องจอยแฟนไอ้นพไง ” ผู้อาวุโสท่านนึงให้คำตอบ แต่เอ่อ แหม มีคนนึงก็ไม่โสดซะอีกน้อ
พูดถึงพี่นพ พี่นพก็มา ทันตาเห็น ฮ่า ฮ่า นานๆพี่นพจะเข้าชมรมสักที แต่ทุกคนก็เข้าใจ พี่นพตั้งใจจะจบปีนี้ ก็เลยต้องทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนเยอะหน่อย  วันนี้พี่นพเอาใบสมัครเข้าชมรมบริดจ์มาให้พวกเรากรอก  บอกว่า อธิการใหม่เฮี๊ยบ  ต้องการรายชื่ออย่างเป็นทางการ  และที่สำคัญ เหมือนจะไม่ค่อยชอบชมรมบริดจ์เท่าไรนัก  ” หาว่าชมรมเราไม่มีประโยชน์  ”  .. ทุกคนอึ้งไปตามๆกัน  ชมรมกีฬาอื่นๆเค้ายังพอพูดได้ว่าส่งเสริมสุขภาพ แต่ชมรมเราน่ะสิ แต่ละคน ถ้าไม่ผอมแห้งก็อ้วนจนเก้าอี้แทบหัก เรื่องการเรียนก็ย่ำแย่ไปตามๆกัน ก็ตะบี้ตะบันเล่นจนดึกดื่น ไปเรียนก็ไปหลับ จะเอาปัญญาที่ไหนไปทำสอบ .. จะบอกพี่นพว่ามันจริงของเค้า ก็พูดไม่ออกน่ะน้อ   พอดีอาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษาเค้าช่วยเอาไว้ เค้าบอกว่าชมรมเราทำชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย  แต่มันก็น่ากลุ้มใจอยู่เหมือนกัน ระดับอธิการไม่ชอบใจ แล้วอนาคตของพวกเราจะเป็นยังไง

หลังจากนั้น ไม่นาน เรื่องที่เรากังวลใจ ก็เป็นจริง คำสั่งจากอธิการบดี ออกมาอย่างเป็นทางการ หากสมาชิกชมรมกีฬา คนใด ติด F ไม่ว่าวิชาใดๆ  จะต้องหลุดจากสมาชิกภาพ ทันที  และไม่สามารถเข้าชมรมกีฬาใดๆได้อีกป็นเวลา1ปี  ..  ชมรมเราอึ้งเลยล่ะครับ  หนักใจ
พี่นพเล่าว่า อาจารย์ฝ่ายกิจการนักศึกษาเค้าแย้งคำสั่งนี้ โดยบอกว่า ถ้ามีนักกีฬาเก่งๆพลาดติด F ขึ้นมาสักตัวก็แย่น่ะสิ .. อธิการท่านตอบว่ายังไง

” แพ้ชนะ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ “

แทรกนิดนึง ขอเชิญชวนไปดูหนังการ์ตูนเรื่อง 5 เซนติเมตรต่อวินาที

August 11th, 2010

 

ชอบเรื่องนี้มากๆ ดูแล้วโดนอย่างแรง อาจเป็นเพราะหน้าตาคล้ายๆพระเอกในเรื่องนี้ล่ะมั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ตอนนี้อยู่ใน Youtube ครับ ก่อนจะโดนลบไป   ..  มี8 ตอนจบ  อย่าพลาดนะครับ หนังดีมากๆ เพลงก็เพราะ ฉากก็สวย กดตามลิงค์ไปเลยนะครับ จะมีครบทั้ง8ตอน
— *** อัพเดท ข่าวร้าย โดนลบไปแล้วครับ เหลือแต่เพลง ให้ฟัง ก็ยังดีนะครับ

บริดจ์ บทที่2 การประมูล

August 11th, 2010

อิอิ ก็เล่าเรื่องของคนเล่นบริดจ์ ถ้าคนฟังเล่นไม่เป็นจะฟังรู้เรื่องหรือเปล่าล่ะ เนื้อเรื่องก็เลยต้องสอนการเล่นก่อนน่ะสิน้อ

วันนี้พวกเรามาที่ชมรมตั้งแต่4โมงเย็น ซ้อมกันแบบเมื่อวานจนประมาณ5โมง พี่นพก็มาแจกชีต แล้วก็เริ่มสอนเรื่องกฎกติกามารยาทที่ใช้ในการแข่งขัน จากนั้นก็สอนเรื่องการดูรายละเอียดบนบอร์ด อะไรคือ Vul อะไรคือ Dealer จริงๆก็มีในชีตแล้วล่ะ  พอสรุปได้คร่าวๆก็คือ ถ้าเราจะประมูลก็คือ เป็นการประกาศว่าเราจะชนะ หมายถึงต้องได้กองไพ่มากกว่าครึ่งนึง   ก็คือ ต้องมากกว่า 6 กอง  และการประมูลจะเป็นการประกาศหน้าไพ่ที่จะเป็นทรัมป์อีกด้วย  พอเล่นเสร็จ ถ้าเราได้กองไพ่เท่ากับ หรือมากกว่าที่ประมูลไว้ ก็จะได้คะแนน แต่ถ้าน้อยกว่า ก็เสียคะแนน  ถ้ามีการดับเบิลรีดับเบิลก็ได้หรือเสียคะแนนมากขึ้นไปอีก  คราวนี้คนจะประมูลกันน้อยๆ ดังนั้นเค้าก็เลยแก้ด้วยการให้คะแนนโบนัส ถ้าประมูลเข้าเกมส์ได้จะได้เพิ่มอีก300 คะแนน เข้าแสลมได้ +ขึ้นไปอีก500คะแนน  อะไรทำนองนั้น คะแนนก็จะจูงใจให้คนอยากที่จะประมูลให้สูงขึ้น ความเสี่ยงอาจมากขึ้นแต่ผลตอบแทนคุ้มค่า

“บริดจ์ จะแพ้ชนะกันก็ตรงประมูลนี่ล่ะ ”  ตรงนี้ขีดเส้นใต้สองเส้นเลย
จากนั้นพี่นพก็พูดถึง สัญลักษณ์ที่ใช้ในการประมูล เช่น Sคือ โพดำ H คือ โพแดง X คือดับเบิล และก็พูดถึงเรื่องของการเปิดประมูล
” การประมูล เป็นภาษาสื่อสารอย่างหนึ่ง เราสามารถกำหนดเองได้ตกลงกันเองได้ระหว่างเพื่อนๆของเรา แต่ถ้าเราจะศึกษาและใช้แบบที่เป็นมาตรฐาน ในชีตจะสอนเรื่องภาษา Better Minor ซึ่งเป็นพื้นฐาน เข้าใจง่าย และก็มีประสิทธิภาพพอสมควร ” พี่นพโฆษณา ภาษาประมูลที่ถนัด
” เรานับแต้มกันคล่องแล้วใช่ไหมครับ  ถ้าเราต้องการประมูลให้ได้ระดับเกมส์ ทีมเราควรมีแต้มประมาณ 24 แต้มเป็นอย่างน้อย  ทำยังไงเราถึงจะรู้ล่ะว่า ทีมเรามีคะแนนมากพอรึยัง  ก็คือ เราต้องใช้การสื่อสารกันในการประมูลนั่นล่ะ  ยกตัวอย่างละกัน”  พี่นพหยิบไพ่ที่เตรียมไว้ขึ้นมาโชว์

” เห็นนะครับ  ใครนับได้กี่แต้มครับ   15 แต้มใช่ไหมครับ มีดำ5ใบ แดง3 ใบ เหลี่ยม 1ใบ และจิกอีก4ใบ  แบบนี้ ถ้าใช้ภาษา Better Minor เราจะเปิดประมูลอย่างไรครับ  เราต้องประมูลว่า 1 ดำ  (1S)  หมาบถึง มีแต้ม 13ขึ้นไป และมี5ใบดำ  เดี๋ยวพวกเรา เปิดชีตแล้วลองประมูลกันดู ผลัดกันสับไพ่นะครับ คนสับไพ่จะเป็นดีลเลอร์คนเปิดประมูล และเคล็ดลับอีกนิด ถ้าทุกคนหงายไพ่ประมูลจะทำให้เราทำความเข้าใจง่ายขึ้นครับ”  พี่นพให้พวกเราซ้อมกันเอง  ก็ไม่ยาก มีชีตอยู่แล้ว ก็ดูรูปไพ่ นับคะแนน แล้วก็ลองทำตามที่อ่าน ผิดพลาดยังไง เพื่อนก็ช่วยทักท้วง หรือติดปัญหา ก็เรียกพี่ๆชมรมบริดจ์มาสอบถามได้

จากวันนั้น พี่นพก็ไม่สอนอย่างเป็นทางการอีกเลย ไม่มีเรื่องพูดแล้วมั้ง  พวกเราซ้อมกันทุกวัน วันละ2-3ชั่วโมง และในที่สุด ก็ถึงวันแข่งขัน

« Previous Entries  

 

Bad Behavior has blocked 39 access attempts in the last 7 days.

Business Broker