Wirada Blog

Witty tagline

สงครามอาณาจักรเวทย์มนต์ ภาค2 ตอนที่6

November 28th, 2011

เมื่อเจ้าชายหายดีก็ยกกองทัพส่วนหนึ่งกลับไปที่แอนทาเลียเพื่อสนับสนุนบาลโบสและอาเช่ซึงกำลังบูรณะอารามุทอย่างไม่ย่อท้อ วอร์เรนยกกองทัพกลับไปดิสโปล่าเพื่อรวบรวมกำลังเตรียมยึดเกาะอวาโลน เกาะนี้เป็นของตระกูลเดโบแน แต่ตัวแม่ทัพถูกดึงตัวไปรับราชการในเมืองหลวง ในที่สุด วอร์เรนและกิลเบิร์ตบุกยึดเกาะสำเร็จอย่างง่ายดาย ผู้นำของปราสาทเป็นเด็กผู้หญิงที่น่าสงสาร เธอเป็นเด็กกำพร้าที่เดโบแนเก็บมาจากชายหาดและตั้งชื่อเธอว่านอร่า ตอนนี้เดโบแนหายตัวไปตั้งแต่แพ้สงครามที่อารามุธครั้งแรก วอร์เรนจึงสัญญาว่าจะพาเธอออกไปตามหาพ่อของเธอ

เมื่อวอร์เรนพานอร่ากลับมาถึงมาลาโน แก๊งค์ของน้องพิมก็คึกคักต้อนรับน้องสาวคนใหม่

ซาราดินวางแผนจะฝ่าทะเลทรายดอทมุน บุกชาลีน่าเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ หากเรายึดชาลีน่าไว้ได้ ก็เท่ากับเราก้าวขาข้างนึ่งเข้าไปในวังของราชินี เพราะเมืองหลวงก็ไม่ได้อยู่ไกลไปจากปราสาทชาลีน่าเท่าไรนัก แต่งานนี้ประมาทไม่ได้เพราะคู่ต่อสู้มีฝีมือ เจ้าปราสาทชาลีน่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับอาเช่ และเป็นพ่อของแอนนี่ เขาเป็นหัวหน้าของเทมเปิลไนท์ซึ่งสายบัญชาการขึ้นตรงกับเจ้าชายกาเรส ก็เหมือนกับอาเช่ซึ่งเดิมเป็นหัวหน้ารอยัลไนท์ขึ้นตรงกับเจ้าชายไตรสแตรน น้องพิมตัดสินใจไม่ออกรบที่ชาลีน่า แต่จะเดินทางไปอารามุธโดยอ้างว่า จะตามหาพ่อของนอร่า เพราะเบาะแสสุดท้ายของเดโบแนอยู่ที่นั่นจริงๆ

น้องพิมอยู่ที่อารามุธหลายวัน สืบข่าวได้พอสมควร เมื่อเดือนที่แล้วเดโบแนรักษาตัวที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งเมื่อหายดีจึงออกเดินทางไปชาลีนา นอร่าอยากไปชาลีนา แอนนี่ก็ดูจะร้อนใจ อยากไปชาลีน่าเช่นกัน เจ้าชายไตรสแตรนจึงตัดสินใจฝากเมืองไว้กับบัลโบส เขาและอาเช่พร้อมทหารจำนวนหนึ่งออกเดินทางเพื่อพาแก๊งค์ของน้องพิมไปชาลีนาในทันที

เมือไปถึงก็ปรากฎว่า ซาราดินนำทัพบุกจนถึงปราสาทแล้ว แต่ก็ยังเอาชนะไม่ได้ เจ้าปราสาทไม่ได้ป่วยอย่างที่ทุกคนคิด แถมยังเป็นพาลาดินที่มีพลังต้านเวทย์มนต์ เป็นนักรบที่พ่อมดเอาชนะได้ยากที่สุด ซาราดินดีใจมากที่ไตรสแตรนและอาเช่มาถึง มีนักดาบฝีมือดีอีกสองคนคงจะปราบพาลาดินเจ้าปราสาทคนนี้ได้อย่างแน่นอน คืนนั้นแอนนี่หายไปจากค่ายพัก และวันรุ่งขึ้น อาเช่และเจ้าชายไตรสแตรน นำทัพด้วยตัวเอง บุกเข้าตีปราสาทสำเร็จ อาเช่ท้าสู้กับฮิลล์เจ้าปราสาทชาลีน่า และก็เอาชนะฮิลล์ได้ในที่สุด แอนนี่ซึ่งแอบอยู่ในปราสาทตรงเข้าขวางดาบของอาเช่ เธอเกรงพวกเขาจะสังหารพ่อของเธอ แต่ฮิลล์กลับตวาดแอนนี่ เขาไม่กลัวตาย เพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องอยู่ข้างของเจ้าชายกาเรส เพราะอัศวินจะมีเจ้านายเพียงคนเดียว ถ้าปล่อยเขาไปเขาก็จะต้องกลับมาสู้อีกอยู่ดี ตายในสงครามอย่างมีศักดิศรี นี่ล่ะวิถึของอัศวิน ฮิลล์ขอร้องอาเช่ให้สังหารเขาเสีย แอนนี่ก็เอาแต่ร้องไห้ เจ้าชายไตรสแตรนจึงบอกแก่ฮิลล์พ่อของแอนนี่ ท่านไม่อยากเห็นลูกสาวท่านในชุดแต่งงานอย่างนั้นหรือ ฮิลล์เจอไม้นี้เข้าไปก็ใจอ่อน ยอมถูกคุมขังในปราสาทของตน น้องพิมขอร้องอาเช่ให้อยู่รักษาปราสาทชาลีน่าและดูแลพ่อของแอนนี่

การสืบข่าวของเดโบแนเป็นไปได้อย่างง่ายดาย เดโบแนเป็นแขกคนสำคัญของที่นี่เมื่อไม่กี่วันแต่ตอนนี้เขาเดินทางไปเมืองท่าแคสตาเซียจุดหมายก็คงกลับไปยังเกาะอวาโลน นอร่าดีใจที่พ่อของเธอปลอดภัย เธอขอกลับไปยังอวาโลนเพื่อรอพ่อของเธอ แอนนี่จึงเสนอให้เดินทางไปแคสตาเซียเพราะเป็นเส้นทางที่สั้นลัดที่สุด ดีกว่าที่จะกลับไปขึ้นเรือที่ดิสโปล่า

จากนั้นไม่นานกองทัพก็พร้อมที่จะบุกเมืองหลวง ซาราดินอยากบุกซะวันนี้เลยจะได้จบๆสงครามครั้งนี้เสียที การรบที่ยืดเยื้อไม่ส่งผลดีกับใครทั้งสิ้น ทหารก็อยากกลับบ้านหาครอบครัว ทุกคนอยากอยู่อย่างสงบสุข แต่ว่า น้องพิมไม่อยู่น่ะสิ เธอพาแก๊งค์ของเธอไปยังแคสตาเซียเพื่อส่งนอร่ากลับไปยังเกาะอวาโลน ถ้าไม่มีน้องพิมนำทัพแม้ซาราดินเองก็ไม่มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ

แอนนี่แต่งเครื่องแบบของเทมเปิลไนท์พาน้องพิมเดินทางมาจนถึงแคสตาเซีย เป็นเมืองที่คล้ายกับดิสโปล่าเป็นที่สุด มีโบสถใหญ่มีน้ำพุ เป็นเมืองที่สวยงาม น้องพิมขอให้จูเลียส่งจดหมายแจ้งข่าวให้กิลเบิร์ตซึ่งดูแลเกาะอวาโลนในขณะนั้นข่วยส่งเรือมารับนอร่า กิลเบิร์ตตอบกลับมาว่าขอเดินทางมาแคสตาเซีย มีธุระที่จะต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ถ้าเป็นเช่นนั้น เกาะอวาโลนจะไม่มีเจ้าเมืองดูแล หากเดโบแนกลับไปถึงก็จะยึดเกาะคืนจากเราโดยง่าย ดังนั้น ไม่สามารถอนุญาตให้กิลเบิร์ตลาพักได้เลย

ระหว่างที่รอเรือจากกิลเบิร์ต แกงค์ของน้องพิมก็ได้ข่าวของเดโบแน เขาเป็นแขกของเจ้าเมืองแคสตาเซีย น้องพิมขอเข้าพบเจ้าเมืองโดยทันทีในคราวแรกทหารยามไม่ยอมแต่พอเห็นแอนนี่ในชุดเกราะเทมเปิลไนท์ก็เกรงใจเพราะเทมเปิลไนท์อย่างไรก็เป็นฝ่ายของเจ้าชายกาเรส เป็นพวกเดียวกัน เจ้าเมืองให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เธอคือพอเกีย เป็นโจรสลัดมาก่อน แต่กลับใจเลิกเป็นโจรเพราะพบรักกับเจ้าเมืองคนเก่าและมีลูกสาวด้วยกันคนหนึ่ง แต่อาจเพราะกรรมเก่าส่งผลลูกสาวและสามีหายไปในพายุกลางทะเล และตอนนี้เธอเป็นนักบวช เธอตกใจมากเมื่อเห็นนอร่า เธอรู้สึกเหมือนเธอมองกระจกเห็นตัวเองตอนเป็นเด็ก เดโบแนดีใจมากที่พบกับนอร่าอีกครั้ง นอร่าแนะนำให้ทุกคนรู้จักแกงค์ของน้องพิม พอเกียต้อนรับทุกคนเป็นแขกของเธอ พอเกียแม้จะรู้ว่านอร่าเป็นลูกสาวของเดโบแน ไม่ใช่ลูกสาวเธออย่างแน่นอนแต่เธอก็ยังรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้เป็นพิเศษ และไม่นานกิลเบิร์ตก็มาถึงและขอร้องเดโบแนช่วยดูแลเกาะอวาโลนซึ่งเดโบแนก็ไม่ปฎิเสธ ธุระของกิลเบิร์ตคงจะสำคัญจริงๆจนยอมขัดคำสั่งน้องพิม ไอร่ารู้เหตุผลของกิลเบิร์ต เหตุก็เพราะแม่และคุณตาของกิลเิบิร์ตกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาจึงร้อนใจไม่สามารถอยู่เฉยๆได้

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย น้องพิมก็กลับมาที่ชาลีนา เพื่อเตรียมพร้อมทำสงครามครั้งสุดท้ายที่เมืองหลวง

สงครามอาณาจักรเวทย์มนต์ ภาค2 ตอนที่5

November 20th, 2011

อีกวันเดียว กองทัพของราชิดี้ก็จะเข้ามาใกล้กำแพงเมืองมาลาโน น้องพิมให้ประกาศเตือนชาวเมืองและเร่งตั้งเต๊นท์โรงอาหารและรักษาพยาบาล ในที่สุด ทัพหน้าของราชิดี้ก็มาถึง พวกเขาบุกเข้าตีเมืองทันที แต่ก็ถูกธนูของทหารของน้องพิมระดมยิงจนต้องล่าถอยไป

คืนนั้นเดเนปนำเอากล้องส่องทางไกลมาส่งให้น้องพิม เธอและพ่อของเธอเร่งเจียรนัยเลนส์แก้วทั้งวันทั้งคืน น้องพิมให้รางวัลแก่เดเนปมากกว่าที่ตกลงกันไว้ จากนั้นเธอและจูเลียก็ขึ้นไปบนยอดหอคอย ใช้กล้องส่องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายศัตรู ไตรสแตรนและแอนนี่บัญชาการรบบนกำแพง ไอร่าช่วยดูแลหน่วยพยาบาล

ในวันแรกของการรบกับราชิดี้ผ่านไปด้วยดี ไตรสแตรนมีประสบการณ์กับการตั้งรับบนกำแพงเป็นอย่างดี เขาแบ่งทหารเป็นสองกะกลางวันและกลางคืน เขาดูแลส่วนกลางคืนและให้แอนนี่ดูแลส่วนกลางวัน น้องพิมและจูเลียยังคงอยู่บนยอดหอคอย การบุกโจมตีของราชิดี้ในวันที่สองรุนแรงและต่อเนื่องกว่าในวันแรกมาก หน่วยพยาบาลทำงานอย่างหนัก ประชาชนบางส่วนเข้ามาช่วยเหลือเรื่องของการจัดส่งเสบีบงและลำเลียงอาวุธขึ้นไปยังป้อมทั้งสี่มุมของกำแพงเมือง และช่วงบ่ายนั้นเอง อยู่ดีๆท้องฟ้ามืดมัวราวกับเมฆหมอกปกคลุม และลูกอุกาบาตลูกแรกก็พุ่งลงมาจากฟ้าเข้าชนปราสาทของน้องพิม ปราสาทซีกซ้ายพังทลายลงมา อย่างที่น้องพิมคิดไว้ เมธิโอแม้จะรุนแรงแต่ไม่แม่นยำ คงคล้ายๆกับการยิงปืนใหญ่ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ เมธิโอยังคงถูกยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง ลูกที่สองพุ่งเข้ากลางเมือง บ้านเรือนประชาชนมากมายเสียหาย ลูกที่สามที่สี่พลาดเป้าตกอยู่นอกกำแพงเมือง แต่ลูกที่ห้าพุ่งตรงเข้ามาที่หอคอย น้องพิมหนีไม่ทันแน่แล้ว

ทันใดนั้นจูเลียเธอบินเข้ามาขวางทางของอุกาบาตแล้วก็ยิงลำแสงออกไปจากฝ่ามือของเธอ ทุกคนมองเห็นลำแสงสว่างจ้าพุ่งออกจากยอดหอคอย มันคือ เซราฟีม เวทย์แสงที่รุนแรงที่สุดในตำนาน รุนแรงถึงขนาดที่ทำให้อุกาบาตลูกใหญ่ลูกนั้นนั้นแตกสลายลงไปได้เลยทีเดียว ท้องฟ้าที่มืดมิด กลับพลันสว่างแจ่มใส

ลำแสงของเซราฟีมเห็นได้จากระยะไกล แม้แต่วอร์เรนที่กำลังเดินทัพยังไม่ถึงเมืองก็ยังสามารถเห็นมันได้ และเมื่อวอร์เรนมาถึงก็ถามเรื่องนี้ทันทีด้วยความตื่นเต้น ก็แหม มันคือมหาเวทย์ในตำนานพ่อมดทุกคนย่อมกระหายอยากรู้ จูเลียไม่คุยกับใครยกเว้นน้องพิม ดังนั้นน้องพิมจึงต้องอธิบายเรื่องทุกอย่างเอง น้องพิมเล่าทุกอย่างให้ฟังตามจริง แต่ก็กำชับว่า เธอไม่ต้องการให้ใครบังคับจูเลียให้ใช้พลังของเธอ ดังนั้นทุกคนจึงต้องช่วยกันวางแผน น้องพิมมอบกล้องส่องทางไกลแก่วอร์เรน

วอร์เรนขอให้เจ้าชายและแอนนี่นำทัพม้าออกตะลุยข้าศึก จริงๆแล้วก็เป็นเรื่องง่ายเพราะหลังๆข้าศีกใช้ธนูเป็นหลักเช่นกัน เพราะเราตั้งในกำแพงหอกดาบไม่มีผลกับเรา แอนนี่รวมพลทหารม้าทั้งหมดและออกไปตั้งค่ายอยู่ในป่านอกกำแพงเมืองทางด้านขวา ส่วนเจ้าชายก็ไปทางซ้าย รอฟังสัญญาณจากวอร์เรน

เมื่อข้าศึกบุกอีกครั้ง พวกเราตั้งรับด้วยธนูจากบนกำแพง ตามคาด ข้าศีกบางส่วนก็พาดบันไดและพยายามปีนขึ้นมาทำร้ายพวกเรา บางส่วนก็ใช้ไม้ซุงกระทุ้งประตูซึ่งพวกเราเองก็ใช้ไม้ซุงใหญ่ค้ำประตูอยู่ด้านในเช่นกัน และส่วนใหญ่ของข้าศึกพยายามยิงธนูสู้กับเราบนกำแพง วอร์เรนให้สัญญาณด้วยการเป่าแตร แอนนี่ยกกองทัพม้าถือหอกบุกออกมาจากป่าทางด้านขวาทันที ข้าศึกถูกโจมตีจากด้านข้างแตกกระเจิง กว่าจะตั้งตัวได้ก็สูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมาก วอร์เรนเป่าแตรให้สัญญาณเจ้าชายบุกจากด้านซ้าย ข้าศึกซึ่งกำลังพะวงอยู่กับแอนนี่จากทางขวา ยิ่งทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจอกองทัพม้าอีกกองบุกมาอีกทาง จากนั้นวอร์เรนก็ให้สัญญาณถอยทัพ กองทัพม้าทั้งหมดก็ถอยกลับเข้ามาในกำแพงเพื่อถนอมกำลังพลของเราเพราะอย่างไรจำนวนทหารเรายังน้อยนักเมื่อเทียบกับข้าศึก วอร์เรนใช้สายฟ้ากับข้าศึกที่ใช้ไม้ซุง ทหารใช้น้ำร้อนราดพวกที่อยู่บนบันได ทุกคนทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย

คืนนั้น ราชิดี้ได้ข่าวกองทัพของซาราดินกำลังจะกลับมาถึงในไม่ช้า ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลยตอนนี้ กองทัพของเขาก็จะพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ดังนั้นเขาจึงใช้เมธิโอถล่มเมืองอีกครั้ง และคราวนี้ได้ผล กำแพงเมืองพังทลายไปสองจุดใหญ่ๆ ข้าศึกทะลักเข้ามาในเมืองได้ ชาวเมืองอพยพเข้าในปราสาทของน้องพิม วอร์เรนและไอร่าบัญชาการซ่อมแซมกำแพงชั่วคราว จูเลียในชุดเกราะทำหน้าที่ดูแลน้องพิมในขณะที่แอนนี่และเจ้าชายคุมกองทหารไล่จัดการกับข้าศึกที่หลุดรอดเข้ามาทำลายเมือง เมืองถูกเผาทำลายไปหลายจุด จากนั้นราชิดี้จึงถอยทัพ

กองทัพของซาราดินมาถึงในวันต่อมา และเริ่มงานบูรณะซ่อมแซมทุกสิ่งทุกอย่างในเมือง ประชาชนและทหารร่วมมือกันอย่างขยันขันแข็งและสามัคคี เมื่อทุกอย่างเข้าที่ การประชุมทหารก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง มีสองข้อเสนอก็คือ ยึดเกาะมาลาโนเพื่อความมั่นคงในทะเล หรือไม่ก็บุกข้ามทะเลทรายดอทมุนเหยียบจมูกราชิดี้

สงครามอาณาจักรเวทย์มนต์ ภาค2 ตอนที่4

November 18th, 2011

เจ้าชายพำนักทางซีกขวาของปราสาทมาลาโน แก๊งค์ของน้องพิมมาถึงแล้ว แนะนำตัวไอร่าให้ซาราดินรู้จัก ไอร่าเป็นนักบวชที่เก่งเรื่องบัญชีและตัวเลขจึงอยากให้เธอทำหน้าที่ดูแลบัญชีของกองทัพ จากนั้นซาราดินนำอาเช่ อัศวินชราองครักษ์ของเจ้าชายเข้ามาพบ ปรึกษากันเรื่องของเจ้าชาย และสถานการณ์ของแคว้นแอนทาเลีย อาเช่อธิบายถึงการบุกโจมตีของกองทัพราชินี คราวนี้ราชิดี้พ่อของเธอเป็นผู้นำทัพด้วยตนเอง จากความสูญเสียในการรบครั้งที่แล้ว ทำให้จำนวนทหารของราชินีที่ยกมา มีจำนวนไม่มากนัก ราชิดี้ใช้วิธีเกณท์เอาสัตว์ร้ายต่างๆเข้ามาร่วมในกองทัพด้วยซึ่งไม่ใช่วิธีปฎิบัติตามปกติ เพราะสัตว์ร้ายเหล่านั้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแล และเป็นที่หวาดกลัวของประชาชน แต่กองทัพราชิดี้ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ สนใจเพียงชัยชนะ แต่อย่างไรก็ตามกองทัพของราชิดี้ไม่สามารถฝ่าด่านอารามุสของเจ้าชายได้ กำแพงของอารามุสก็สูงและแข็งแรงพอๆกับของมาลาโนนั่นล่ะ แต่ว่ากองทัพของเจ้าชายแข็งแกร่งกว่ามาก มีวินัย มีอาวุธและเสบียงครบครัน

ราชิดี้ต้องการทำลายล้างกองทัพของเจ้าชายให้สิ้นโดยเร็วและรุนแรง เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูจะได้ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเป็นกบฎอีกต่อไป เขาใช้เวทย์เมธิโอ ทำลายกำแพงเมืองอารามุส จากนั้นกองทัพและสัตว์ร้ายของเขาบุกเข้าเมืองขย้ำทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง เมธิโอเป็นเวทย์มนต์ในตำนาน ใช้อุกาบาตพุ่งทำลายล้างศัตรู แม้แต่ซาราดินก็ยังไม่เชื่อหูตัวเองว่า ราชิดี้ใช้เวทย์นี้ได้ ถ้าราชิดี้ทำลายเมืองอารามุสได้ แล้วเมืองมาลาโนจะสามารถต้านทานกำลังของเขาได้อย่างไร แต่อย่างไรก็ตามถ้าเราเป็นฝ่ายบุกราชิดี้ก็จะไม่มีโอกาสใช้เมธิโอ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด ก็อาจเป็นการบุกตะลุยกองทัพของราชิดี้แบบซึ่งๆหน้านี่ล่ะ

ในวันรุ่งขึ้น แก๊งค์ของน้องพิมก็ให้อาเช่พาไปเยี่ยมเจ้าชายไตรแสตรนที่ห้องพัก เจ้าชายในผ้าพันแผลทักทายแอนนี่ เขาคงเข้าใจว่า แอนนี่เป็นน้องพิม แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะแอนนี่ในชุดเกราะทองของพาลาดินมันเท่มากจริงๆ เมื่ออาเช่แนะนำตัวน้องพิมเจ้าชายจึงรู้ว่าตัวหน้าแตก แต่ก็ไม่วายแอบมองแอนนี่อยู่บ่อยๆ เจ้าชายขอบคุณน้องพิมที่ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆมากมาย และขอให้พวกเขาทุกคนได้เข้าร่วมในกองทัพของน้องพิม ซึ่งน้องพิมก็ตอบรับด้วยความยินดี

จากนั้นไม่นานก็มีการประชุมกองทัพ เจ้าชายเข้าร่วมประชุมทั้งที่ยังไม่หายดี ในที่ประชุมน้องพิมได้แต่งตั้งเจ้าชายในตำแหน่งสูงสุดของกองทัพรองจากน้องพิมเพียงคนเดียวตามคำแนะนำของซาราดิน จากนั้นก็แต่งตั้งไอร่าให้เป็นเหรัญญิกดูแลการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินและค่าใช้จ่ายทุกอย่างของกองทัพ เพื่อให้ทุกคนรับทราบจึงต้องแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จากนั้นจึงคุยเรื่องการบุกทวงคืนแคว้นแอนทาเลีย ซาราดินมั่นใจว่าราชิดี้ยังคงอยู่ที่นั่นเพราะคงไม่รู้หรอกว่าไตรสแตรนหนีมาหาเรา ป่านนี้พวกมันคงกำลังตามล่าเจ้าชายไตรสแตรนกันจ้าละหวั่น แม้แอนทาเลียจะเป็นเพียงแคว้นเล็กๆ แต่มันอยู่ตอนเหนือหิมะและน้ำแข็งปกคลุม มีหน้าหนาวยาวนาน การเดินทางในระหว่างเมืองไม่สะดวกนัก อย่างไรก็ต้องใช้เวลา ดังนั้น เราจะต้องบุกแอนทาเลียโดยเร็วที่สุด แผนของซาราดินถูกวางอย่างรีบเร่ง เราไม่รู้จะใช้เวลาล่าราชิดี้นานเพียงใด ยิ่งทหารเยอะอาวุึธและสเบียงก็ต้องเยอะ จะไปหาอาหารป่าในเมืองหิมะคงจะต้องอดตายเป็นแน่

ซาราดินยกกองทัพใหญ่ออกไปอารามูท ตามแผนที่วางไว้ แก๊งค์ของน้องพิมทำหน้าที่เฝ้าเมือง น้องพิมไม่สบายใจเท่าไรนัก มันอาจไม่เป็นไปตามแผนก็เป็นได้ ราชิดี้อาจไม่สนใจตามล่าเจ้าชาย แต่สนใจที่จะทำลายมาลาโน่ก็เป็นได้ ดังนั้น น้องพิมจึงให้จูเลียบินลาดตระเวนทุกวัน สายตาที่มองจากที่สูงย่อมเห็นได้ไกลกว่ามาก ถ้ามีกองทัพใดๆบุกเข้ามาเราก็จะรู้ตัว สำหรับไอร่าเธอตรวจคลังสินค้า สอบงบดุลย้อนหลัง ไอร่าสั่งซื้อเสบียงอาหารและอาวุธโดยเฉพาะธนูให้พร้อม พ่อค้าอาวุธของเมืองนี้ไลอันและลูกสาวที่ชื่อเดเนป เข้าออกปราสาทเป็นประจำจนคุ้นเคยกับทหารในปราสาท แต่ไม่คุ้นเคยกับน้องพิมคงเพราะน้องพิมไปดิสโปล่าเสียนาน วันนี้น้องพิมเห็นเดเนปเอาอาวุธมาส่ง สิ่งที่สะดุดตาน้องพิมที่สุดก็คือ เดเนปใส่แว่นตา แม้จะแว่นกลมๆหยาบๆแต่นั่นน่ะแว่นตาอย่างแน่นอน น้องพิมจึงต้องถามที่มาที่ไปของแว่นจึงได้ทราบว่า ไลอันพ่อของเธอเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมาเองเพื่อช่วยให้เดเนปสามารถอ่านเขียนได้เหมือนคนอื่นๆ น้องพิมจึงตามเดเนปไปพบไลอัน เพื่อขอให้ไลอันช่วยทำเลนส์แบบนั้นให้เธอบ้าง น้องพิมไม่ได้อยากได้แว่น แต่เธออยากได้กล้องส่องทางไกล

เมื่อเข้าไปในบ้านของไลอัน น้องพิมก็พบสิ่งที่น่าสนใจหลายๆอย่าง ไลอันและเดเนปเป็นนักประดิษฐ์ และมีสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ได้เรื่องมากมายขายไม่ออกเต็มโกดังไปหมด น้องพิมแม้จะสนใจแต่ก็ไม่อยากได้เหมือนกัน เมื่ออธิบายสิ่งที่ต้องการเสร็จไลอันรับออร์เดอร์ จากนั้นน้องพิมกับแอนนี่ก็ไปเยี่ยมเจ้าชายไตรแสตรน

ท่าทางเจ้าชายดีใจมากที่เจอพวกเรา เขาก็คงเบื่อเหมือนกันที่ต้องใช้เวลาอยู่บนเตียงซะเป็นส่วนใหญ่ เราเล่นหมากรุกกัน และคุยกันหลายเรื่อง ทันใดจูเลียก็บินเข้ามาทางหน้าต่าง เธอรายงานให้ทราบว่า กองทัพของราชิดี้กำลังเดินทางผ่านทะเลทรายดอทมุนมาที่นี่ใช้เวลาเดินทางประมาณสองวัน ซาราดินคาดการณ์ผิดจริงๆอย่างที่น้องพิมหวั่นใจ จะทำอย่างไรดี น้องพิมเรียกทุกคน ประชุมด่วนที่ห้องของไตรสแตรนนั่นเอง

ไอร่าเสนอให้ทิ้งเมือง ประกาศอพยพชาวเมืองไปดิสโปล่า ให้จูเลียไปตามซาราดินกลับมา จากนั้นกำลังทหารของเราและวอร์เรนที่ดิสโปล่าคงมีจำนวนมากพอจะยึดมาลาโนกลับคืนมาจากราชิดี้ ประกอบกับซาราดินที่กลับมาตลบหลัง ตอนนั้นเราน่าจะเอาชนะได้โดยง่าย

เจ้าชายไตรแสตรนไม่เห็นด้วย เราจะต้องรักษาเมืองนี้ไว้ให้ได้ เพราะชาวเมืองไม่รู้ว่าราชิดี้โหดร้ายเพียงใด เขาเชื่อแต่เพียงว่า เขาไม่ใช่ทหาร ใครจะปกครองเมืองไม่ใช่เรื่องของเขา เราให้เขาอพยพ เขาจะไม่ฟังเรา เขาห่วงบ้านห่วงทรัพย์สินของเขา แต่ถ้าเราไม่อยู่รักษาเมือง เขาจะประณามเรา ในอนาคตโอกาสที่เขาจะให้ความสนับสนุนกองทัพของเราก็เป็นเรื่องยาก

น้องพิมตัดสินใจเลือกที่จะรักษาเมือง แต่ว่าเราจะรักษาเมืองไว้ได้อย่างไร น้องพิมให้จัดม้าเร็วเดินทางไปส่งข่าวแก่วอร์เรนและซาราดิน เธอต้องการใช้งานจูเลียในการสืบความเคลื่อนไหวรายงานสถานการณ์ต่างๆของฝ่ายศัตรู เพียงเราต้านราชิดี้ไว้ได้จนซาราดินกลับมา ถึงตอนนั้นชัยชนะจะเป็นของเรา

สงครามอาณาจักรเวทย์มนต์ ภาค2 ตอนที่3

November 16th, 2011

กองทัพของน้องพิมมีขวัญและกำลังใจดีมากและกำลังบุกเข้าประชิดกำแพงเมืองมาลาโน บารอนอาโปรอสเจ้าเมืองมาลาโนเป็นคนขลาด เมื่อเห็นกองทัพของน้องพิมเขาก็ส่งข่าวไปยังดิสโปล่าและเมืองหลวงให้ส่งกองทหารมาช่วย เมื่อราชินีแอนโดราได้จดหมายเธอกลับเห็นว่าเป็นโอกาสอันดีืที่จะบุกไตรสแตรนอีกครั้งเพราะไตรสแตรนจะไม่มีกองทัพของน้องพิมมาช่วยเหลือ ดังนั้นแทนที่จะยกกำลังมาช่วยมาลาโน เธอให้ยกกองทัพขึ้นเหนือทันที แต่จดหมายอีกฉบับที่ส่งไปดิสโปล่าได้สร้างความลำบากใจให้ไอร่าเป็นอย่างมากเพราะบารอนเป็นญาติของราชินี ถ้าเธอไม่ยกกองทัพไปช่วยบารอนตามคำขอร้อง เธอจะถูกกล่าวหาว่าทรยศ แต่ถ้าเธอช่วยมาลาโน กองทัพของน้องพิมก็จะต้องบุกดิสโปล่าของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ ไอร่าปรึกษากับบรรดาขุนนาง ซึ่งขุนนางบางส่วนก็เชื่อว่ากองทัพของบารอนเป็นกองทัพใหญ่มีทหารเยอะมาก ถ้ารวมกับของดิสโปล่าก็จะเอาชนะกองทัพน้องพิมได้อย่างแน่นอน ไอร่าจึงจำต้องยกกองทัพออกจากดิสโปล่ามาช่วยมาลาโน

การบุกมาลาโนของน้องพิม เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะมาลาโนมีกำแพงสูงและแข็งแกร่ง ในที่สุดกองทัพจากดิสโปล่าก็มาถึงและบุกเข้าโจมตีกองทัพของน้องพิมจากทางด้านหลัง คล้ายกับสถานการณ์ที่เราโจมตีกองทัพของราชินีเพื่อช่วยไตรสแตรนในครั้งนั้น เพียงแต่กองทัพจากดิสโปล่าไม่แข็งแกร่งนัก ผนวกกับกองทัพของบารอนไม่เคลื่อนออกจากกำแพง ดังนั้นเมื่อเราตั้งตัวได้ การตั้งรับจึงทำได้สำเร็จ เรารักษาค่ายหลวงไว้ได้ หน่วยพยาบาลทำงานหนัก ซาราดินเรียกประชุมกองทัพในคืนนั้นและเสนอให้ตีดิสโปล่า น้องพิมขอโอกาสพูดคุยกับไอร่าเสียก่อน

แอนนี่ทำหน้าที่เป็นทูต ถือจดหมายของน้องพิมเข้าไปพบไอร่าและบรรดาขุนนางของเธอ แอนนี่เพิ่งเห็นหน้าไอร่าตัวจริงเป็นครั้งแรก เป็นเพียงเด็กสาววัยรุ่นซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับน้องพิมคือต้องเป็นผู้นำโดยไม่สมัครใจ แถมเธอเป็นนักบวชลักษณะนิสัยก็จะโน้มเอียงไปทางรักสงบ สรุปก็คือ ไอร่าไม่ต้องการออกรบตั้งแต่แรก แอนนี่จะต้องใช้จุดอ่อนนี้เพื่อทำให้ดิสโปล่าถอยทัพ แอนนี่เป็นผู้อ่านจดหมายของน้องพิม เมื่ออ่านจบเธอก็ขู่ชาวดิสโปร่าไปว่า ทางกองทัพของน้องพิมจำเป็นต้องบุกดิสโปล่า โดยใช้กองทัพของกิลเบิร์ตบุกจากทางชาโลเม่ พร้อมกับเราที่จะบุกเข้าตีค่ายนี้ในเร็ววัน และก็อย่าได้คาดหวังความช่วยเหลือจากกองทัพของบารอน เพราะบารอนเป็นคนขี้ขลาดและเห็นแก่ตัว ตรงนี้แอนนี่พูดจริง เธอรู้จักบารอนคนนี้เป็นอย่างดี ความลับอีกประการหนึ่งของแอนนี่ก็คือ บารอนคนนี้แหละที่ใช้เส้นสายความเป็นญาติของราชินีขอแต่งงานกับเธอทำให้เธอต้องหนีออกจากบ้าน

เมื่อเห็นว่าไอร่าฟังอย่างตั้งใจ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ แอนนี่จึงหาทางออกให้แก่ไอร่า หากกองทัพของดิสโปล่ายอมถอยทัพกลับไป เราก็ยุติแผนการบุกเมืองของเธอ และถือว่าเราไม่มีเรื่องบาดหมางใดๆ จะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ต่อไป จากนั้นแอนนี่ก็คาดคั้นเอาคำตอบ ก็มันเห็นอยู่ตำตา บารอนปล่อยให้ชาวดิสโปล่าต่อสู้โดยลำพัง ไอร่าไม่เห็นหนทางอื่นที่ดีกว่าการถอยทัพ ขุนนางต่างๆก็ไม่มีเหตุผลใดๆจะคัดค้าน ไอร่าจึงฝากขอโทษน้องพิม และสั่งยกทัพกลับดิสโปล่า

นครมาลาโนอันยิ่งใหญ่ แม้จะมีกำแพงสูงและแข็งแกร่ง แต่ผู้นำที่อ่อนแอและขลาดเขลาก็ทำให้ทหารไม่มีกำลังใจที่จะต่อสู้ เอาแต่ตั้งรับในกำแพงอย่างไร้ความหวัง ทำอย่างไรจึงจะทำลายกำแพงได้ น้องพิมนึกถึงวิชาวิทยาศาสตร์ จึงขอให้ซาราดินช่วยใช้เวทย์มนต์ไฟที่ร้อนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้เผากำแพง จากนั้นให้วอร์เรนและบาลโบสใช้เวทย์มนต์น้ำแข็งโดยทันที ผลก็คือกำแพงแตกร้าวอย่างหนักเพียงใช้ไม้ซุงกระทุ้งไม่กี่ครั้งกำแพงส่วนนั้นก็พังทลาย

เมื่อเห็นกำแพงเมืองบางส่วนพังทลายต่อหน้าต่อตาทหารกลุ่มใหญ่ของบารอนก็ถอดใจวางอาวุธยอมแพ้ บารอนทิ้งปราสาทหนีไปได้ น้องพิมยึดมาลาโนสำเร็จแล้ว

จากนั้นไม่กี่วัน แกงค์ของน้องพิม วอร์เรนและกองทหารจำนวนหนึ่งก็ออกเดินทางไปยังดิสโปล่า ซาราดินและบาลโบสทำหน้าที่เฝ้าเมืองพร้อมทั้งสะสางปัญหาต่างๆในมาลาโน การเดินทางราบรื่นไม่มีทหารของดิสโปล่าคนใดที่ต่อต้านเรา ไอร่าพร้อมขุนนางของเธอรอต้อนรับน้องพิมอยู่ที่หน้าปราสาท เธอทำความเคารพ วอร์เรนมอบธงยูนิคอร์นแก่เธอเพื่อประดับยอดปราสาทแทนธงของแอนโดร่า เป็นสัญลักษณ์ว่า ปราสาทนี้เป็นของน้องพิม

น้องพิมพักที่ดิสโปล่าอย่างสบาย ไอร่าอาสาเป็นผู้นำเที่ยวเมือง ดิสโปล่าเป็นเมืองท่าอยู่ติดทะเล การค้าขายคึกคักมีรถขนส่งรับสินค้าไปขายต่อที่เมืองข้างเคียงตลอดทั้งวัน เป็นเมืองของพ่อค้า ตึกรามบ้านช่องสวยงาม มีวิหารใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ภาษีการค้าคือรายได้ที่เข้ามาสู่ปราสาท แม้จะมากมายนัก แต่ก็ต้องส่งไปยังมาลาโนในจำนวนเงินที่บารอนต้องการ ทำให้การพัฒนาเมืองไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น นี่กระมังคือเหตุผลที่เมืองท่าอย่างดิสโปล่ากลับเล็กกว่านครมาลาโนถึงสองเท่า

น้องพิมได้รับจดหมายด่วนจากซาราดิน แคว้นแอนทาเลียของเจ้าชายแพ้สงคราม ตอนนี้เจ้าชายบาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวอยู่ที่มาลาโน วอร์เรนขอเวลาสะสางปัญหาต่างๆของดิสโปล่าเสียก่อนจนกว่ากิลเบิร์ตซึ่งกำลังนำกองทัพเรือจากชาโลเม่เดินทางมาถึง แก๊งค์ของน้องพิมรวมทั้งไอร่าจึงออกเดินทางกลับไปยังมาลาโนทันที

สงครามอาณาจักรเวทย์มนต์ ภาค2 ตอนที่2

November 13th, 2011

กองกำลังของวอร์เรนกลับมาแล้วพร้อมกับข่าวดี ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ กองกำลังของราชินีนำทัพโดยแม่ทัพเดโบแนพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ เดโบแนหนีไปได้ เจ้าชายฝากความขอบคุณและตกลงเป็นพันธมิตรกับพวกเรา บรรยากาศทั้งเมืองอบอวลไปด้วยความรื่นเริงยินดี

น้องพิมขอปรึกษากับวอร์เรนเรื่องของจดหมายจากดิสโปล่า วอร์เรนกล่าวแต่เพียงว่า เป็นเรื่องที่ดี และเรียกประชุมโดยด่วน และในที่ประชุม วอร์เรนได้ประกาศว่า เราดำเนินการทูตกับดิสโปล่าเป็นผลสำเร็จ ดิสโปล่าจะเป็นเพื่อนกับพวกเรา ดังนั้น เราจะตีเมืองอื่นๆรอบๆทั้งหมด ถ้าทำได้ ก็เท่ากับได้ดิสโปล่าเป็นของเราโดยไม่ต้องรบ วอร์เรนกางแผนที่ออกมา มีเพียง 5 เมืองเท่านั้นคือ เกาะอวาโลน เมืองกาลเบียน เมืองแคสโตร เมืองบาลโมเรีย และนครมาลาโนของบารอนอาโพรอส

วอร์เรนสั่งต่อเรือใหญ่เพิ่มสามลำ จากนั้นจึงวางแผนบุกกาลเบียนและแคสโตร ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน บาลโมเรียจะเป็นลำดับต่อไป น้องพิมถูกขอร้องอีกครั้งให้เฝ้าเมือง แต่คราวนี้น้องพิมปฎิเสธ ก็มันน่าเบื่อสุดๆ กิลเบิร์ตจึงต้องอยู่เฝ้าเมือง กิลเบิร์ตเป็นคนเก่งที่เกิดมาจากครอบครัวยากจนนิสัยพูดน้อยตรงกันข้ามกับโทมัสราวฟ้ากับดิน

เพียงไม่กี่วันกาลเบียนและแคสโตรก็ตกเป็นของพวกเรา จากนั้นกองทัพบุกจนถึงปราสาทบาลโมเรีย วอร์เรนนำทัพออกไปท้าสู้กับเจ้าปราสาทตัวต่อตัว มันเป็นความแค้นส่วนตัวที่จะต้องสะสาง วอร์เรนรอวันนี้มานาน เพราะเจ้าของปราสาทบาลโมเรียก็คือศิษย์รุ่นพี่ของเขาบาลโบสผู้ทรยศ บาลโบสนี่ล่ะที่เป็นลอบสังหารซาราดิน

วอร์้เรนและบาลโบสต่อสู้กันโดยใช้เวทย์มนต์ขั้นสูง ต่างคนก็แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ ในที่สุดวอร์เรนก็เป็นฝ่ายชนะ บาลโบสบาดเจ็บสาหัสไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป น้องพิมให้หยุดโจมตีและให้ปฐมพยาบาล บาลโบสไม่ขอชีวิต แต่ขอพูดความลับบางประการ จากนั้นจะประหารก็ตามใจ น้องพิมอนุญาต บาลโบสเล่าให้น้องพิมและวอร์เรนฟังว่า แท้จริงแล้ว ซาราดินยังไม่ตายแต่เขาเกรงว่าจะสิ้นอายุขัยก่อนจะได้เจอกับน้องพิมตามคำทำนายของเขา ซาราดินจึงสั่งให้บาลโบสสาปให้เป็นหิน บาลโบสขัดคำสั่งของอาจารย์ไม่ได้ เมื่อสาปอาจารย์เป็นรูปปั้นไปแล้วก็เกรงว่าหากศัตรูรู้ความลับเข้ามาทำลายรูปปั้นหินนี้เสีย ซาราดินก็จะต้องตายโดยปกป้องตนเองไม่ได้เลย บาลโบสจึงสวามิภักดต่อแอนโดร่า ทำตัวเป็นผู้ทรยศ และใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้ แกะสลักรูปของซาราดินอีกมากมาย

จากนั้นบาลโบสจึงพาน้องพิมและวอร์เรนไปยังห้องแกะสลัก ในห้องนั้นเต็มไปด้วยรูปปั้นของซาราดินจริงอย่างที่บาลโบสบอก และบาลโบสก็คุกเข่าทำความเคารพรูปปั้นรูปหนึ่ง วอร์เรนร่ายเวทย์มนต์แก้คำสาปให้แก่รูปปั้นนั้น และก็เป็นจริงอย่างที่บาลโบสพูด รูปปั้นนั้นกลายร่างเป็นอาจารย์ซาราดิน ตัวเป็นๆ วอร์เรนคุกเข่าทันที ซาราดินขอบใจบาลโบส ทักทายวอร์เรน และตรงเข้าคำนับน้องพิม บาลโบสขอเนรเทศตัวเอง เพราะว่าเขามีชื่อเสียงที่ไม่ดี หากน้องพิมรับเข้าในกองทัพ กองทัพก็เสียชื่อไปด้วย แต่น้องพิมแย้งว่า ซาราดินยังมีชีวิตอยู่ คำว่าบาลโบสผู้ทรยศก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของผู้คนเท่านั้น และทุึกคนจะรู้ความจริง ดังนั้น วันนี้กองทัพของน้องพิมก็มีพ่อมดที่เก่งกาจเพิ่มมาถึงสองคน

และก็ถึงเวลาบุกนครมาลาโน

« Previous Entries  

 

Bad Behavior has blocked 16 access attempts in the last 7 days.

Business Broker